การแข่งขันขี่ม้าอ้อมถัง (Barrel racing) กฏ กติกา

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2014 เวลา 02:57 น. Ekkachai Boonchan (cowboy 62) กีฬาคาวบอย Cowboy Sports - กีฬาโรดิโอ-Rodeo Games และอื่นๆ
พิมพ์
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

Barrel racing

June 21, 2014 at 9:22pm

การแข่งขันขี่ม้าอ้อมถัง คือ กีฬาโรดีโอชนิดหนึ่งซึ่งม้าและผู้ขี่จะต้องขี่วนอ้อมถังในรูปแบบที่เรียกว่า “clover-leaf pattern” เป็นการผสมผสานกันระหว่างทักษะความสามารถของม้าและทักษะความชำนาญของผู้ขี่ ในการพาม้าอ้อมถัง 3 ใบ(โดยปกติทั่วไปจะใช้ถังเหล็กหรือพลาสติกขนาด 55 แกลลอน) ซึ่งถูกจัดวางเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่วอยู่บริเวณกลางสนาม โดยจะต้องทำเวลาให้เร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุด สามารถแบ่งระดับการแข่งขันออกได้เป็น... ระดับเยาวชน, มือสมัครเล่น, กึ่งอาชีพ และมืออาชีพ โดยการจับเวลาในการแข่งขันกีฬาโรดีโอทั้งหลายมีจุดประสงค์ที่เหมือนกัน คือ เพื่อให้เกิดการทำงานที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ 

 

History

clover-leaf patternclover-leaf pattern
ในช่วงเริ่มแรกของกีฬาขี่ม้าอ้อมถังจะมีรูปแบบการขี่อยู่ 2 แบบ คือ การขี่อ้อมถัง 2 ใบสลับกันไปมาเป็นรูปเลข 8 และ การขี่อ้อมถัง 3 ใบ(clover-leaf pattern) ในเวลาต่อมาการขี่อ้อมถัง 2 ใบก็ได้รับความนิยมลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากการขี่อ้อมถัง 3 ใบนั้น มีความสนุกสนาน ตื่นเต้น และท้าทายมากกว่า โดยเชื่อกันว่าการแข่งขี่ม้าอ้อมถังได้เกิดขึ้นครั้งแรกในรัฐเท็กซัส และยังถือว่าเป็นที่มาของจุดกำเนิดของสมาคม The Women's Professional Rodeo Association(WPRA) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรโรดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดรับเฉพาะกลุ่มสตรีที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งในปัจจุบันมีสมาชิกทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดามากกว่า 3,000 คน ที่มาของสมาคมดังกล่าวก่อกำเนิดมาจากการรวมกลุ่มของสตรีในรัฐเท็กซัสที่ต้อง การหากิจกรรมนันทนาการเพื่อคลายเครียด หลังจากที่ต้องเข้ามารับช่วงดูแลกิจการในไร่และฟาร์มปศุสัตว์ต่อจากบิดาหรือ สามีที่ต้องออกไปรับใช้ชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2


โดยเริ่มก่อตั้งสมาคมขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1848 ในตอนเริ่มแรกนั้นได้ตั้งชื่อสมาคมว่า Girls Rodeo Association(GRA) มีสมาชิกเพียงแค่ 74 คน กับรายการแข่งขันที่ได้รับการรับรองอีกประมาณ 60 รายการ โดยที่ทางสมาคม GRA ยังถือเป็นหัวใจหลักในการพัฒนากีฬาโรดีโอสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ทำให้ผู้หญิงได้รับอนุญาตให้ลงแข่งขันกีฬาโรดีโอรายการต่างๆได้ จนกระทั่งในปี ค.ศ.1981 สมาคม GRA จึงได้เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการมาเป็นสมาคม WPRA ในที่สุด และสมาคมยังช่วยผลักดันให้ผู้หญิงสามารถลงแข่งขันรายการโรดีโอต่างๆได้ตาม ที่ต้องการ แต่ถึงกระนั้นการแข่งขันขี่ม้าอ้อมถังก็ยังเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมใน กลุ่มสตรีมากที่สุด ในขณะที่ผู้ชายจะนิยมการแข่งขันกีฬาโรดีโอประเภทอื่น อาทิเช่น ขี่ม้าคล้องโค ขี่วัวพยศ และขี่ม้าพยศมากกว่าครับ

 

Modern event

การ ขี่ม้าอ้อมถังสมัยใหม่ไม่ได้เน้นที่ความเร็วเพียงอย่างเดียว หากแต่ม้าจะต้องมีความแข็งแรง, ว่องไว และมีความฉลาดเป็นเลิศด้วย สิ่งจำเป็นที่สุดก็คือ ความแข็งแกร่งและความคล่องแคล่ว เพื่อที่จะอ้อมถังโดยใช้การตีวงที่แคบที่สุดและใช้ระยะทางสั้นที่สุด ม้าที่ตีวงโค้งเข้าใกล้ถังอย่างรวดเร็วที่สุดและปฏิบัติถูกต้องตามคำสั่งได้ ดีที่สุด จะเป็นม้าที่ใช้เวลาน้อยที่สุด

 

การแข่งในรูปแบบสมัยใหม่จะนิยมจับเวลาด้วยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า “Electric eye”  โดยใช้แสงเลเซอร์ที่มีระบบเซนเซอร์คอยจับการเคลื่อนไหวเป็นตัวทำหน้าที่ บันทึกเวลา หรือให้กรรมการสะบัดธงลงเพื่อเป็นสัญญาณให้ผู้จับเวลาได้กดปุ่มเพื่อหยุด เวลา โดยวิธีการใช้กรรมการและผู้จับเวลานั้นส่วนใหญ่จะพบตามการแข่งขันในระดับ ท้องถิ่นและรายการที่ไม่ใช่ระดับอาชีพ โดยที่บริเวณเส้นปล่อยตัวจะมีเครื่องจับเวลาติดตั้งอยู่ เริ่มทำการจับเวลาเมื่อผู้ขี่ควบม้าผ่านเส้นปล่อยตัว ณ จุดเริ่มต้น แสงเลเซอร์จะทำหน้าที่เป็นตัวจับการเคลื่อนไหว และเริ่มจับเวลาไปเรื่อยๆจนกระทั่งผู้ขี่ควบม้าอ้อมถังจนครบทั้ง 3 ใบ แล้ววิ่งกลับมาเข้าเส้นชัยผ่านแสงเลเซอร์อีกครั้งหนึ่ง เครื่องจับเวลาก็จะหยุดเวลาเอาไว้และบันทึกเวลาโดยอัตโนมัติ การทำเวลาของผู้ขี่จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับสภาพร่างกายและสภาพจิตใจของม้า, ทักษะความชำนาญและความสามารถของผู้ขี่ และชนิดของพื้นสนามหรือวัสดุรองพื้น(คุณภาพ,ความหนา, ปริมาณความจุ ฯลฯ ของทรายหรือดินในสนาม)

 

The pattern

วิธี การเข้าอ้อมถังใบแรกถือว่าเป็นช่วงที่สำคัญที่สุด เพราะว่าถ้าเริ่มต้นออกตัวได้ดีก็จะสามารถทำเวลาได้ดีด้วยเช่นกัน ผู้ขี่จะต้องควบม้าด้วยความเร็ววิ่งวนตามเข็มนาฬิกาอ้อมถังใบที่ 1 ซึ่งอยู่ทางขวามือก่อน โดยควรจะเลี้ยวตีวงแบบครึ่งวงกลมรอบถัง ในขณะที่ม้าเตรียมตัวที่จะเลี้ยวนั้นผู้ขี่จะต้องนั่งอยู่บนอานในตำแหน่งที่ เหมาะสมด้วยการถ่ายน้ำหนักตัวนั่งลงไปที่ท้ายอาน แล้วจึงวางมือข้างหนึ่งกุมไว้ที่บริเวณฮอร์นตรงหัวอาน และใช้มืออีกข้างจับบังเหียนเอาไว้เพื่อคอยบังคับทิศทางในการวิ่งและวนรอบ ถัง ขาทั้งสองข้างของผู้ขี่จะต้องคอยกดแนบชิดกับบริเวณข้างลำตัวม้าเอาไว้ ขาข้างที่อยู่ด้านในขณะที่เลี้ยวควรจะวางอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย

 

พร้อม กับควรมีการเสริมสายรัดทรวงที่บริเวณหน้าอกและสายรัดทึบที่บริเวณซี่โครงม้า เพื่อความปลอดภัย องค์ประกอบทางกายภาพที่สำคัญซึ่งมีความจำเป็นต่อการหลบหลีกอ้อมถัง คือ สมรรถภาพร่างกายของผู้ขี่และโดยเฉพาะสภาพร่างกายของม้า การเตรียมตัวที่ไม่เหมาะสมสามารถทำให้ทั้งคนและม้าได้รับบาดเจ็บได้ ซึ่งเราสามารถหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บได้โดยการเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันที่ เหมาะสมทั้งต่อตัวม้าและผู้ขี่ โดยใช้เทปผ้าที่ใช้สำหรับพันข้อเท้า ที่รัดข้อเท้าหรือสนับแข้งสำหรับม้า และเครื่องรั้งส่วนหลังสำหรับผู้ขี่

 

หลังจากที่วนรอบถังใบแรกเรียบร้อยแล้ว ผู้ขี่จะต้องมองตรงไปข้างหน้าและโฟกัสตำแหน่งไปยังถังใบที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตรงข้ามอีกฟากหนึ่งของสนาม ในการวิ่งเข้าหาถังใบที่ 2 นั้นผู้ขี่และม้าจะต้องวิ่งทวนเข็มนาฬิกาวน รอบถังในทิศทางตรงกันข้ามกับตอนที่วนรอบถังใบแรก โดยวิธีการอ้อมถังก็จะเหมือนกับตอนที่อ้อมถังใบแรก แต่จะแตกต่างกันก็ตรงที่สลับให้ส่วนของร่างกายซีกซ้ายเข้ามาอยู่วงในติดกับ ตัวถังแทน

 

เมื่ออ้อมถังใบที่ 2 จนครบรอบแล้ว ต่อจากนั้นก็ให้ควบม้าตรงขึ้นไปยังส่วนปลายสุดของสนาม(อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ เส้นปล่อยตัว) และวิ่งผ่านตรงกลางระหว่างถังทั้ง 3 ใบ โดยเล็งเป้าไปยังถังใบที่ 3 ซึ่งเป็นถังใบสุดท้ายที่จะต้องวิ่งอ้อม โดยให้วนทวนเข็มนาฬิการอบถังไปในทิศทางเดียวกันกับตอนที่วนรอบถังใบที่ 2 หลังจากที่อ้อมถังครบทั้ง 3 ใบแล้ว ก็ให้ควบม้าจนสุดฝีเท้าวิ่งตรงยาวๆผ่านตรงกลางสนามกลับเข้ามายังจุดเริ่มต้น เวลาที่ใช้ในการแข่งขันจะหยุดลงและถูกบันทึกเอาไว้โดยเครื่องจับเวลา การวิ่งอ้อมถังแบบ “clover-leaf pattern” ถือเป็นอันเสร็จสมบูรณ์

 

 

รูปแบบสนามมาตรฐานของการขี่ม้าอ้อมถัง จะมีการกำหนดระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้นกับถังใบแรก จากถังใบแรกถึงถังใบที่ 2 และจากถังใบที่ 2 ไปยังถังใบที่ 3 อย่างชัดเจน โดยรูปแบบ “clover-leafpattern” จะมีระยะทางมาตรฐาน ดังนี้

 

หมาย เหตุ : ในรูปแบบสนามมาตรฐานของ WPRA เส้นจับเวลาจะเริ่มต้นที่บริเวณแนวเส้นระนาบของรั้วขอบสนาม นั่นก็คือบริเวณเส้นปล่อยตัวตรงช่องว่างระหว่างแนวรั้วหรือรอยต่อระหว่าง เส้นปล่อยตัวกับสนาม โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งของเครื่องจับเวลาแต่อย่างใด

 

 

ในสนามที่มีขนาดใหญ่กำหนดให้มีระยะห่างระหว่างถังใบที่ 1 กับ ถังใบที่ 2 อย่างมากที่สุดต้องไม่เกิน 105 ฟุต และมีระยะห่างระหว่างถังใบที่ 1 กับ ถังใบที่ 3 และระหว่างถังใบที่ 2 กับ ถังใบที่ 3 อย่างมากที่สุดต้องไม่เกิน 120 ฟุต และถังใบที่ 1 กับ 2 ควรมีระยะห่างจากขอบสนามทั้ง 2 ข้างอย่างน้อยที่สุด 18 ฟุต ส่วนในสนามที่มีขนาดเล็กอาจจะมีระยะทางที่สั้นลง แต่ไม่ควรวางตำแหน่งของถังใบที่ 1 กับ 2 ให้มีระยะใกล้ขอบสนามเกินกว่า 15 ฟุต และถังใบที่ 3 ไม่ควรตั้งอยู่ใกล้ส่วนปลายสุดของสนามเกินกว่า 25 ฟุต แต่อนุโลมให้ถังแต่ละใบจะต้องมีระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อยที่สุด 60 ฟุต โดยแนะนำให้จำลองขนาดของพื้นที่ โดยอิงจากขนาดสนามมาตรฐานให้ได้ตามสัดส่วน

 

The National Barrel Horse Association (NBHA) ได้กำหนดรูปแบบสนามมาตรฐานขนาดเล็กสำหรับใช้แข่งขันดังต่อไปนี้

หมาย เหตุ : ม้าทุกตัวไม่จำเป็นที่จะต้องเริ่มวิ่งอ้อมถังใบขวามือก่อนเสมอไป โดยอาจเริ่มจากถังใบซ้ายมือก่อนก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ขี่จะต้องเลือกตามความถนัดของม้ามากกว่าครับ

Rules

1. ผู้ที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดจะเป็นผู้ชนะ

 

2. การวิ่งผ่านถังโดยที่ไม่อ้อมถังและการวิ่งผิดรูปแบบ จะไม่ได้รับการบันทึกเวลา และถูกตัดสิทธิ์ไม่ผ่านการคัดเลือก

 

3. ถ้าร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งของผู้ขี่หรือม้าไปโดนถัง แล้วทำให้ถังหลุดออกจากตำแหน่งเดิมหรือล้มลง จะถูกปรับเวลาเพิ่มอีก 5 วินาที

 

4. กำหนดเวลาที่ใช้ในการแข่งขันของแต่ละรายไม่เกิน 1 นาที นับตั้งแต่เริ่มจับเวลา

 

5. ผู้เข้าแข่งขันจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในสนามก่อนแล้วจึงค่อยจับเวลา

 

6. หลังจากที่ผู้เข้าแข่งขันได้ทำการแข่งขันไปแล้วจำนวน 12 คน จะต้องทำการปรับพื้นสนามให้กลับมาสมบูรณ์ก่อน จึงจะเริ่มทำการแข่งขันต่อไปได้

 

7. ถังที่ใช้ควรทำมาจากโลหะ มีปลายปิดทั้งสองด้าน มีขนาด 55 แกลลอน และควรมีสีบนตัวถังอย่างน้อยที่สุด 2 สี

 

8. ผู้ที่เข้าแข่งขันในรายการที่ National Barrel Racing Association กำหนด จะต้องสวมใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสไตล์เวสเทิร์นทับไว้ในกางเกงให้เรียบร้อย, กางเกงขายาวสไตล์เวสเทิร์นหรือกางเกงยีนส์, หมวกคาวบอย และรองเท้าบู๊ทคาวบอย

 

9. ผู้ที่เข้าแข่งขันจะต้องแต่งกายตามข้อ 8 ให้เรียบร้อยก่อนเวลาแข่งขัน 1 ชั่วโมง และลากยาวไปจนกว่าการแข่งขันจะสิ้นสุด

 

 

Tack and Equipment

ใน การแข่งขี่ม้าอ้อมถังจะมีการใช้เหล็กปากที่หลากหลายแตกต่างกันไป ไม่มีการกำหนดชนิดของเหล็กปากที่ตายตัว ประเภทของเหล็กปากที่ใช้นั้นจะถูกกำหนดโดยลักษณะความต้องการของม้าแต่ละตัว เหล็กปากที่ใช้สำหรับกีฬาขี่ม้าอ้อมถังจะมีลักษณะก้านเหล็กด้านข้างปากที่ ยาวกว่าเหล็กปากทั่วไป เพื่อบังคับให้ม้าหยุดได้เร็วกว่าปกติ ในขณะที่เหล็กปากที่มีก้านเหล็กด้านข้างปากที่สั้นมักจะใช้กับงานทั่วไป มากกว่า โดยสามารถแบ่งชนิดของเหล็กปากออกตามคุณลักษณะของม้า ดังนี้

 

Bits with twisted mouthpiecesBits with twisted mouthpiecesSolid mouthpiecesSolid mouthpiecesCurb chains, nosebands and tie-downsCurb chains, nosebands and tie-downs

 

1. เหล็กปากที่มีลักษณะของเหล็กผ่าปากบิดเป็นเกลียว มักใช้กับม้าที่ผู้ขี่ต้องใช้ความพยายามในการบังคับให้เลี้ยวเป็นอย่างมาก

 

2. เหล็กผ่าปากชนิดที่เป็นข้อต่อสายโซ่ สามารถใช้สำหรับควบคุมม้าตั้งแต่ช่วงหัวไหล่ขึ้นมา, ควบคุมอัตราความเร็ว และช่วยบังคับทิศทางในการเลี้ยว

 

3. เหล็กผ่าปากชนิดแข็ง สามารถใช้บังคับม้าให้เลี้ยวได้ดีกว่ามาก

 

4. เหล็กผ่าปากชนิดที่มีก้านเหล็กด้านข้างปากยาวและโค้งไปทางด้านหลัง,มีโซ่รัด ใต้คาง, มีสายรัดดั้ง(ทำมาจากเชือก, ลวด หรือโซ่) และมีสายรั้ง ซึ่งจะนำมาใช้งามร่วมกับเหล็กปาก จะช่วยให้ผู้ขี่ออกแรงควบคุมม้าได้มากขึ้น

 

หมาย เหตุ: เหล็กผ่าปากชนิดที่ก้านเหล็กด้านข้างปากที่ยาวและโค้งไปทางด้านหลัง(Curb chains) จะนิยมใช้สำหรับควบคุมอัตราความเร็วเป็นหลัก ช่วยทำหน้าที่บังคับให้ม้าหยุดและเลี้ยวได้อย่างปลอดภัย

 

Martha Josey Knot reinsMartha Josey Knot reins

โดย ปกติสายบังเหียนที่ใช้ในการแข่งขันขี่ม้าอ้อมถังจะเป็นแบบสมบูรณ์ครบชุดตาม ปกติ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขี่สามารถกู้สายบังเหียนคืนกลับมาได้อย่างรวดเร็วถ้าหากทำ หลุดมือ ไม่เหมือนกับสายบังเหียนแบบแยก(แบบ 2 สาย) สายบังเหียนที่ถักเป็นเปียแบบที่เรียกว่า “Martha Josey Knot” เป็นแบบที่ได้รับความนิยมในหมู่นักกีฬาขี่ม้าอ้อมถัง เพราะว่าปมที่ถักเป็นเกลียวเชือกช่วยให้จับยึดได้ดีกว่า บังเหียนดังกล่าวยังสามารถปรับขนาดได้ ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้แข่งขันที่มีขนาดรูปร่างแตกต่างกันไป สายบังเหียนชนิดที่ทำจากหนังจะเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย มีทั้งแบบแบนหรือแบบถัก แต่สายทั้งสองประเภทนี้จะลื่นเมื่อเปียกน้ำ โดยอาจใช้แบบที่เคลือบด้วยขี้ผึ้งกันลื่นก็สามารถใช้งานได้ แต่ยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายมากนัก เนื่องจากทำให้เหนียวมือ

 

Custom barrel racing saddleCustom barrel racing saddle

 

อาน ควรมีน้ำหนักเบา มีฮอร์นที่สูง และมีพนักพิงท้ายอาน สายโกลนควรอยู่ทางด้านหน้าเพื่อช่วยให้ผู้ขี่วางเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่ เหมาะสม โดยปกติแล้วผู้ขี่ทั้งหลายจะเลือกขนาดอานที่เล็กกว่าขนาดที่ควรใช้ตามปกติ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อานจะต้องมีขนาดพอเหมาะพอดีกับหลังของม้า แผ่นรองอานและสายรัดทึบควรเลือกตามขนาดของตัวม้า


ราคาซื้อ– ขายม้าที่ใช้แข่งอ้อมถังในปัจจุบัน ถ้าหากเป็นม้าที่ดีสามารถมีมูลค่ากว่า $100,000 โดยขึ้นอยู่กับความสามารถและลักษณะเฉพาะตัวของม้า นักปรับปรุงพันธุ์ถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างมากต่อราคาค่าตัวม้า, ทักษะความสามารถ, ความเฉลียวฉลาด, การบังคับควบคุม และการให้ความร่วมมือของม้า หรืออาจบอกได้ว่าเป็น “ผู้เพิ่มหรือลด” มูลค่าในตัวม้า... 1 HUMAN 1 HORSE 1 HEART = Barrel Racing

ที่มา : https://www.nbha.com/ http://www.wpra.com/ & http://en.wikipedia.org/wiki/Barrel_racing

Ex. Video Clip : Barrel Racing

By.....COWBOY 62

 

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship