เพลง Saddle Tramp คนจรบนหลังม้า

วันอังคารที่ 01 มีนาคม 2011 เวลา 06:45 น. Lonesome Dove วิถีชิวิตคาวบอย ศิลปะวัฒนธรรม อาวุธและเครื่องมือ - เพลงคาวบอยและอินเดียน Cowboy & Indian Songs
พิมพ์
User Rating: / 24
แย่ดีที่สุด 

me_gang_ridin_tenessee-sSaddle tramp หมายถึงคนขี่ม้าเร่ร่อน  ไม่ชอบอยู่กับที่เป็นหลักแหล่ง   เนื่องจากเป็นคนชอบอิสระเสรี   ไม่ชอบถูกผูกมัดอยู่กับงานหรือสิ่งใดนานเกินไป  ซึ่งเป็นลักษณะของคาวบอยอย่างหนึ่ง   บ่งบอกถึงวิญญาณอิสระ มักน้อย    ชอบมีชีวิตอยู่ตามใจตัวเองโดยไม่อยากให้สิ่งใดมาผูกมัด  ยกเว้นการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ   เพื่อพบปะธรรมชาติและผู้คนที่สวยงาม  ซึ่งเป็นความฝันของใครบางคน รวมทั้งผมด้วย มีเพลงคาวบอยชื่อนี้ที่ Don Edwards ร้องไว้ดีมาก ลองคลิ๊กฟังตัวอย่างดูครับ เนื้อเพลงฉบับเต็มผมลงไว้ตอนท้าย

 

 

ในชีวิตผมก็มีการเดินทาง ค่อนข้างมาก ผมจึงรู้ว่า การเดินทางไปยังท้องถิ่นที่เราไม่เคยไปนั้นให้อะไรแก่เราได้บ้าง  ผมรู้สึกอยากทำตัวเป็น saddle tramp มานาน  แต่จนป่านนี้ ก็ยังไม่สามารถจะทำได้ เนื่องจากไม่อาจปฎิเสธความรับผิดชอบที่ก่อเอาไว้ได้ นั่นคือการมีครอบครัว

เพลง Saddle  Tramp ของ  Marty Robbins ซึ่ง Don Edwards นำมาขับร้องใหม่ เป็นเพลงที่ให้บรรยากาศ และเนื้อหาที่ตรงกับลักษณะของ   saddle tramp มากที่สุด   เนื้อเพลงมีคนโพสต์ไว้ที่ลิงค์ข้างล่าง ผมเลยเอามาแปลให้ท่านที่ไม่สันทัดภาษาอังกฤษได้อ่านกัน 

http://www.cowboylyrics.com/lyrics/robbins-marty/saddle-tramp-11893.html

คลิกไปฟังเวอร์ชั่นของ มาร์ตี้ รอบบิ้นส์ ได้ที่นี่ครับ

http://redirect.jango.com/ad=pid_ST3_aid_jangoplayer/www.jango.com/music/Marty%20Robbins/Saddle%20Tramp

สำหรับคนที่ยังไม่เคยได้ยินเพลงนี้ ที่ร้องด้วย Don Edwards  ถ้า browser ของท่านใช้กับ flash steaming ได้ ลองคลิ๊กไปฟังที่ลิงค์ข้างล่างได้เลยครับ

http://www.siamnewmedia.net/streams/SaddleTramp_FLV_streamming/


Marty Robbins, Saddle Tramp Lyrics
Artist: Robbins Marty
Song: Saddle Tramp
Album: Gunfighter Ballads & Trail Songs

They call me a drifter, they say I'm no good   เขาว่าผมเป็นคนเร่ร่อน ไม่มีอะไรดี
I'll never amount to a thing      ผมไม่สนใจสิ่งที่เขาว่าแม้แต่น้อย
Well I may be a drifter and I may be no good    ผมอาจเป็นคนเร่ร่อน ผมอาจเป็นคนไม่มีดี
There's joy in this song that I sing.   แต่มีความสุขอยู่ในเพลงนี้ที่ผมร้อง

Saddle tramp, saddle tramp       คนเร่ร่อนบนหลังม้า  คนเร่ร่อนบนหลังม้า
I'm as free as the breeze and I ride where I please    ผมมีอิสระดังสายลม และผมขี่ม้าไปในที่ๆ ผมชอบ
Saddle tramp, saddle tramp.  คนเร่ร่อนบนหลังม้า  คนเร่ร่อนบนหลังม้า

At night I will rest 'neath a blanket of blue  กลางคืนผมพักผ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มฟ้าสีน้ำเงิน
Doubt if I ever will change   สงสัยว่าตัวเองจะเปลี่ยนแปลงได้ไหม
I might even dream of a lady I knew   ผมอาจจะเคยฝันถึงสาวคนหนึ่งที่ผมรู้จัก
Might even whisper her name         แม้กระทั่งอาจกระซิบชื่อของเธอออกมา

Saddle tramp, saddle tramp     คนเร่ร่อนบนหลังม้า  คนเร่ร่อนบนหลังม้า
I'm as free as the breeze and I ride where I please  ผมมีอิสระดังสายลมและผมขี่ม้าไปในที่ๆ ผมชอบ
Saddle tramp. คนเร่ร่อนบนหลังม้า

I might even wind up in Idaho   ผมอาจไปถึงไอดาโฮ
And visit a cute little miss    และแวะเยี่ยมสาวน้อยที่น่ารักคนหนึ่ง
A sweet little someone I used to know   สาวน้อยหน้าหวานตัวน้อยๆ ที่ผมเคยรู้จัก
And I might even stop long enough for a kiss.  และผมอาจพักอยู่นานพอที่จะได้จูบสักครั้ง

Saddle tramp, saddle tramp       คนเร่ร่อนบนหลังม้า  คนเร่ร่อนบนหลังม้า
I'm as free as the breeze and I ride where I please    ผมมีอิสระดังสายลมและผมขี่ม้าไปในที่ๆ ผมชอบ
Saddle tramp, saddle tramp.  คนเร่ร่อนบนหลังม้า  คนเร่ร่อนบนหลังม้า

Might even ride back through Phoenix someday   ผมอาจขี่ม้าผ่านมาเมืองโฟนิกซ์ในวันหนึ่ง
Might even stop for awhile  อาจหยุดพักที่นั่นสักระยะ
But branded, no never! I'll not be tied down  แต่จะไปทำงานอยู่กับใครหรือ ไม่แน่ๆ ผมไม่อยากถูกผูกมัด
Trapped by a fair lady's smile.  หรือตกหลุมรอยยิ้มของสุภาพสตรีสาวสวยคนใด

Saddle tramp, saddle tramp คนเร่ร่อนบนหลังม้า  คนเร่ร่อนบนหลังม้า
I'm as free as the breeze and I ride where I please ผมมีอิสระดังสายลม และผมขี่ม้าไปที่ๆ ผมชอบ

Saddle tramp! คนเร่ร่อนบนหลังม้า

++++++++++++++++

รูปข้างล่างคือ Lee Young  ซึ่งทดลองทำตัวเป็น Saddle Tramp ระหว่างปี 1987-2000 เป็นเวลา 12 ปี

Saddle-Trampme_gang_ridin_tenessee-s

คนที่พิสมัยวิถีชีวิตแบบ saddle tramp คงจะมีอยู่ไม่น้อยในโลกนี้ พวกยิปซีก็เป็นพวกหนึ่ง  และเราคงเคยเห็นผู้คนเร่ร่อนตามถนนในสถานที่ต่างๆ เป็นบางครั้ง   ปัจจุบันนี้  วิถีชีวิตพ่อค้า แม่ค้าเร่บางกลุ่ม ก็คล้ายกันนี้ พวกเขาใช้รถกะบะบรรทุกสินค้าไปขายในที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ไปกันเป็นกลุ่ม ได้ที่เหมาะๆ ก็เปิดท้ายรถตั้งตลาดเล็กๆ ขายของ จากนั้นก็เดินทางต่อไป ผมเคยคุยกับแม่ค้าแบบนี้คนหนึ่ง เขาบอกว่า เคยมีร้านเป็นห้องแถวอยู่นครปฐม  ตอนหลังขายไม่ค่อยดี เลยเข้าร่วมกับกลุ่มพ่อค้าเร่แบบนี้  เอาของใส่รถกะบะไปเร่ขายต่างจังหวัด   ตอนนี้รู้สึกสนุก และตื่นเต้นดี เพราะเป็นการผจญภัย ซึ่งเธอชอบมาก และบอกว่า จะไม่กลับไปนั่งขายของหน้าร้านอย่างน่าเบื่อหน่ายอีกต่อไปแล้ว

ผมเคยอ่านพบเว็บไซต์ของ saddle tramp ตัวจริงยุคอินเตอร์เน็ต ชื่อ Lee Young เมื่อหลายปีก่อน  แต่เสียดายที่วันนี้เว็บไซต์ของเขาปิดไปแล้ว(http://www.saddletramplee.com/) แต่มีบางส่วนอยู่ในบล็อกของเขาที่ http://www.adventure-space.com/blogs/captnaturallee/archive/2006/09/26/368.aspx

Lee Young เคยเป็นทหารมารบในเวียตนามและได้รับบาดเจ็บจากระเบิดจึงต้องกลับประเทศ   เขาแต่งงานและไปเป็นทหารอยู่ในค่ายอเมริกันที่เยอรมันหลายปี จนได้ยศเป็นจ่า  ต่อมาเบื่องานราชการ  จึงกลับประเทศและไปทำงานเอกชนจนได้ตำแหน่งระดับบริหารพักหนึ่ง   แต่ภายหลังกลับไปเป็นทหารในเยอรมันอีกในตำแหน่ง Combat Engineer 

เขาเบื่อชีวิตทหารง่ายอยู่ได้ 2-3 ปี ก็ลาออกกลับไปอเมริกา  คิดจะเริ่มต้นชีวิตแบบพลเรือนอีก คงเพราะความไม่เอาจริงจังในหน้าที่การงานของเขา ไม่นาน ชีวิตแต่งงานก็ล้มเหลว เขาเกิดความเบื่อหน่ายชีวิตและการทำงานใน office เขาจึงละทิ้งทุกอย่าง ซื้อม้าและลาออกจากงาน เดินทางเร่ร่อนจากฟลอริดาไปจนถึงอลาสกา  ตอนแรกก็มีแต่ลาและม้า นานๆ ไป เขาต้องใช้รถม้าที่ทำเอง  โดยใช้ยางรถยนต์เพื่อขนสัมภาระไปด้วย คงเพื่อจะได้มีที่หลับนอนได้สบายขึ้น  เขาหลงใหลชีวิตแบบ saddle tramp อยู่ถึง 12 ปี เริ่มเดินทางในปี 1987 ทางขณะยังหนุ่มฉกรรจ์จนเริ่มแก่ตัวจึงกลับบ้านในปี 2000

ลีเขียนหนังสือเกี่ยวกับการเดินทางของเขาไว้ 1 เล่มและบทกวีอีกจำนวนหนึ่ง

รูปข้างล่างคือ ลี ยัง ที่เดินทางเร่ร่อนบนหลังม้า จากหนุ่มจนแก่ตัว ช่วงแรก ใช้ม้า ขี่ไปเรื่อยๆ

pohoque_1sme_on_junior_breck_co-sme_w_blue_utahThe-end-of-an-era-The-wago

ตอนหลัง ลี ยัง คงทนความเหน็ดเหนื่อยจากการขี่ม้าไม่ไหว เพราะสังขารร่วงโรย  แต่ด้วยความที่อยากทำให้บรรลุเป้าหมายตามปนิษธานที่ตั้งไว้  เขาเลยต้องสร้างรถม้าเอง โดยใช้ยางรถยนต์ดังในรูป และเร่ร่อนต่อไปจน ถึงปี 2000

ต่อมาระยะหนึ่ง เขาเลิกเป็นคนจรจัด กลับไปทำงานเป็นช่างสำรวจในจอร์เจีย  แต่วิญญาณเร่ร่อนรักความอิสระเสรีของเขา ทำให้ทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ได้ไม่นาน ก็หันกลับไปหาเรื่องผจญภัย มีชีวิตอิสระเสรีตามใจตัวเองอีก เมื่อปี 2007 เขาลากขวานไปฟันต้นไม้ใหญ่มาต่อเป็นเรื่อคานู และเริ่มเดินทางทางน้ำ เป็นคนเร่ร่อนทางนี้ แบบที่เขาเรียกว่า Boat tramp หรือ Water tramp

ข้อมูล ที่พบครั้งสุดท้าย ลี ยัง คิดจะเดินทางบนแม่น้ำสายยาวที่สุดที่ไม่มีเขื่อนคั่นกลาง ชื่อ Oconee River จากรัฐจอร์เจีย จนออกไปมหาสมุทรแอตแลนติค  จากนั้นเขาก็หายไปจากวงการ การโพสต์

ครั้งสุดท้ายที่ผมพบของเขา คือเมื่อ Sep 23 2007, 07:20 AM ในนาม CaptNaturalLee  ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า เขายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่โชคร้ายเกินไป เราก็อาจได้อ่านการผจญภัยของเขาอีกในอนาคต (เขาเกิดปี 1951)


ดูสารรูปของเขาตอนสร้างเรือเอง และบ้านบนเรือของเขา ในรูปข้างล่างนี้

MullsWagonMeeting-the-folks-at-a-MercIt-dont-cut-like-butter-CThis-is-my-Huckleberry-Hous