ศิลปะในการต้อนและบังคับโค ''การล้มโคด้วยเชือก''

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2014 เวลา 03:16 น. Ekkachai Boonchan (cowboy 62) วิถีชิวิตคาวบอย ศิลปะวัฒนธรรม อาวุธและเครื่องมือ - วิถีชีวิต,งานอาชีพ,ประเพณี Life & Traditions
พิมพ์
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 

 

ศิลปะในการต้อนและบังคับโค ''การล้มโคด้วยเชือก''

April 24, 2014 at 3:03pm

วิธีการล้มโคด้วยเชือกนั้น เป็นวิธีที่ใช้กับโคที่มีรูปร่างขนาดใหญ่ เกินกว่ากำลังคนที่จะล้มด้วยมือเปล่าได้ ถือเป็นวิธีการจัดการที่ปลอดภัยต่อทั้งตัวคนและโค มีขั้นตอนการปฏิบัติที่ค่อนข้างซับซ้อน แต่ก็ไม่ยากอย่างที่คิด ต้องอาศัยทักษะความสามารถและประสบการณ์ที่ดีในระดับหนึ่ง มีการทำงานเป็นทีมสอดประสานกันอย่างลงตัว เพราะทุกนาทีมีความเสี่ยงและทุกจังหวะสามารถเกิดอันตรายต่อคนและโคได้เสมอ การล้มโคด้วยเชือกนั้น หลักๆจะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ การล้มโคแบบใช้เชือก 1 เส้น หรือที่เรียกว่า แบบเบอร์เล่ย์ (Burley Method of Easting) และ การล้มโคแบบใช้เชือก 2 เส้น หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า “การล้มเชือก” ทั้ง 2 วิธีนี้จะยากง่ายเพียงใด เราลองมาติดตามไปพร้อมๆกันเลยครับ

 


1. การล้มโค แบบใช้เชือก 1 เส้น หรือที่เรียกว่า แบบเบอร์เล่ย์ (Burley Method of Easting) 

 

- วิธีนี้เหมาะสำหรับโคที่เชื่องมาก เช่น โคนม เป็นต้น วิธีปฏิบัติคือ นำเชือก(มะนิลา หรือ ไนล่อน) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ½ นิ้ว หรือ 4 หุน และยาวประมาณ 8 – 10 เมตร จำนวน 1 เส้น มาวางพาดบนส่วนหลังคอของโค โดยแบ่งความยาวเชือกทั้ง 2 ฝั่งให้เท่ากัน 

 

จากนั้น ให้เอาหางเชือกทั้ง 2 ข้างพาดลงมายังบริเวณส่วนอกของโคในลักษณะไขว้ทับกับเป็นรูปกากบาทอยู่ตรง กลางระหว่างขาหน้าทั้ง 2 ข้าง แล้วจึงนำเชือกทั้ง 2 ข้างพาดย้อนกลับขึ้นไปยังส่วนหลังของโคในลักษณะไขว้ทับกันเป็นรูปกากบาทอยู่ ตรงบริเวณกลางแผ่นหลังพอดี สุดท้ายให้นำหางเชือกทั้ง 2 ข้างพาดลงมายังบริเวณซอกขาหลังทั้ง 2 ข้างของโค ผ่านมายังทางด้านหลังโดยที่ไม่กดทับลูกอัณฑะหรือเต้านม แล้วค่อยๆดึงหางเชือกทั้ง 2 ข้างไปทางด้านหลังพร้อมกัน เบี่ยงซ้ายทีขวาที เพื่อให้โคค่อยๆเสียหลักจนล้มลงในที่สุด

 


2. การล้มโค แบบใช้เชือก 2 เส้น หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า “การล้มเชือก” 

 

- วิธีนี้เหมาะสำหรับล้มโคที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเกินกำลังของคนที่จะใช้มือเปล่าจับล้มได้ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานประกอบด้วย... 



เชือก คล้อง(มะนิลา หรือ ไนล่อน) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ½ นิ้ว หรือ 4 หุน และยาวประมาณ 8 – 10 เมตร จำนวน 2 เส้น โดยปกติจะนิยมใช้เชือกมะนิลามากกว่าเชือกไนล่อน เพราะว่าจับถนัดและไม่บาดมือ ส่วนความยาวของเชือกคล้องนั้น ควรใช้เชือกเส้นหนึ่งมีความยาวตามปกติ คือ 8 เมตร เพื่อความสะดวกในการหยิบจับใช้งานและไม่รุ่มร่ามจนเกินไป ส่วนเชือกอีกเส้นหนึ่งควรมีความยาวมากกว่าปกติ คือ 10 เมตร เพื่อเอาไว้เผื่อเวลาที่ต้องใช้เชือกมัดลำตัวโคตัวใหญ่ที่มีขนาดลำตัวยาว และช่วยเสริมแรงดึงให้โคล้มลงได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยตัดกำลังโคไปในตัวได้เป็นอย่างดี


เชือก มัดขา(มะนิลา หรือ ไนล่อน) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5/16 นิ้ว หรือ 2.5 หุน และยาวประมาณ 2.5 เมตร จำนวน 2 เส้น โดยปกติควรที่จะใช้เชือกมะนิลามากกว่าเชือกไนล่อนที่ใช้กันทั่วไป เพราะว่าเชือกไนล่อนมีความลื่นและคม เป็นอันตรายต่อฝ่ามือผู้ใช้และทำให้ขาของโคถูกเชือกบาดได้ง่าย เพื่อความสะดวกในการทำงานควรทำเชือกเป็นบ่วงไว้ที่ปลายเชือกด้านใดด้านหนึ่ง เพียงด้านเดียว สำหรับใช้สอดขาของโคข้างใดข้างหนึ่งแล้วจึงค่อยรวบขาทั้ง 2 ข้างมัดเข้าไว้ด้วยกัน

บาดแผลจากการถูกเชือกบาดบาดแผลจากการถูกเชือกบาด

 

ใน ที่นี้จะอธิบายตามสถานการณ์จริง ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากขั้นตอนการปฏิบัติตามเนื้อหาทางวิชาการบ้างเล็กน้อย เนื่องจากต้องพลิกแพลงและปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสถานที่และเหตุการณ์ ณ ขณะนั้น แต่ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การคำนึงถึงความปลอดภัยต่อทั้งคนและโค โดยรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน มีดังต่อไปนี้

 

- จากภาพดังกล่าวเริ่มต้นให้ผู้ที่มีความชำนาญในการใช้เชือกบ่วงบาศ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันจนติดปากว่า “เชือกพรวน” จัดการคล้องเชือกเส้นแรกให้เข้าไปอยู่ในตำแหน่งคอของโคตัวนั้น จากนั้นให้นำเชือกเส้นที่ 2 มาคล้องที่บริเวณลำคอของโคตรงตำแหน่งเดิมอีกเช่นกัน สำหรับในงานนี้โคไม่ดื้อมากนักก็ให้นำเชือกเส้นที่สั้นดึงมาผูกเงื่อนกระตุก ไว้ให้ชิดกับเสาคอก เพื่อลดพื้นที่ในการเหวี่ยงสะบัดตัวของโคในกรณีที่เกิดอาการพยศ และช่วยลดแรงกระชากของโคที่กระทำต่อเสาคอกให้น้อยลง โดยพยายามผูกให้อยู่ในระดับที่ติดกับพื้นดินที่สุด เผื่อในกรณีที่โคทิ้งตัวลงนอนจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แขวนคอตัวเอง เพราะถ้าเราผูกเชือกไว้ในระดับที่สูงแล้ว หากเกิดเหตุการณ์ที่โคทิ้งตัวลงนอน น้ำหนักตัวจำนวนมากจะทำหน้าที่เป็นตัวถ่วงน้ำหนักโดยอัตโนมัติ เชือกคล้องก็จะกลายเป็นเพชฌฆาตบีบรัดหลอดเลือดบริเวณลำคอ ทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงสมองจนอาจทำให้โคเสียชีวิตลงอย่างรวดเร็ว

 

คำแนะนำ

- เพื่อความสะดวกปลอดภัยและร่นระยะเวลาในการทำงาน หลังจากที่เราคล้องเชือกเส้นแรกได้แล้ว ก็ให้ผู้คล้องดึงเชือกไปยังเสาคอกต้นที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วจัดการส่งเชือกให้กับผู้ที่รออยู่ด้านนอกคอกทำการนำปลายเชือกพันรอบเสา คอก 1 รอบ เพื่อใช้ประโยชน์จากตัวเชือกที่รัดกับเสาเป็นกลไกในการต่อกรกับแรงกระชากของ โค แถมยังเป็นการประหยัดกำลังในการทำงานได้เป็นอย่างดี เมื่อโคเดินมาใกล้เสาก็ให้อาศัยจังหวะดังกล่าวรีบดึงเชือกเข้ามาอย่างรวด เร็ว พอโคทำท่าทางจะออกแรงกระชากก็ให้ย่อตัวให้ต่ำลง พร้อมกับใช้มือทั้ง 2 ข้างทำการตรึงจับเชือกไว้ให้มั่น ทำเช่นนี้สลับกันไปตามจังหวะที่เหมาะสม โดยให้ผู้ช่วยอีกคนช่วยต้อนโคจากด้านท้าย เพื่อช่วยกระตุ้นให้โคเดินเร็วขึ้น เมื่อได้ระยะที่ต้องการแล้วจึงผูกเชือกไว้กับเสาคอกด้วยเงื่อนกระตุกตามปกติ จากนั้นจึงค่อยนำเชือกอีกเส้นมาสวมที่คอของโคเพื่อเตรียมล้มโคต่อไป

 

- เมื่อทำการยึดโคไว้กับเสาคอกด้วยเงื่อนกระตุกเรียบร้อยแล้ว ให้นำเชือกคล้องเส้นยาวอีกเส้นหนึ่งมาทำการรัดตัวโค หรือที่ภาษาชาววัวเรียกว่า "มัดข้าวต้ม"เพื่อเตรียมล้มโค เพื่อความปลอดภัยในขั้นตอนการล้มโคควรใช้ผู้ปฏิบัติ 4 คนขึ้นไป เริ่มต้นจากนำเชือกคล้องเส้นที่สองมาคล้องคอเหมือนเชือกคล้องเส้นแรก แต่ไม่ต้องนำไปผูกกับอะไรทั้งสิ้น โดยให้ผู้ที่จะทำหน้าที่ล้มโคซึ่งมีพละกำลังดีที่สุดในทีมถือปลายเชือกไว้ แล้วนำปลายเชือกโยนลอดใต้ท้องโคส่งไปให้ผู้ช่วยที่อยู่อีกด้านหนึ่งของตัวโค

 

- เมื่อผู้ช่วยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้รับเชือกแล้วก็ให้โยนปลายเชือกข้ามส่วน หลังของโคกลับมายังฝั่งเดิม จากนั้นให้ผู้ที่อยู่ฝั่งแรกนำเชือกเส้นดังกล่าวมาสอดเข้ากับตัวเชือกของมัน เอง จนกลายเป็นปมมีลักษณะเป็นกระเปาะเรียกว่า “แบบข้าวต้มมัด”โดยให้ตำแหน่งที่สอดเชือกอยู่บริเวณสวาบ(เอว) ค่อนมาทางด้านหน้าของปุ่มกระดูกเชิงกราน


- หลังจากที่สอดเชือกจนได้กระเปาะข้าวต้มมัดเรียบร้อยแล้ว จึงให้ย่อตัวลงแล้วดึงหางเชือกกดลงต่ำไปทางด้านหลัง และค่อยๆเบี่ยงเชือกกลับมายังฝั่งตรงข้ามเพื่อตัดกำลังของโค พอโคล้มลงแล้วให้ค่อยๆผ่อนเชือกเส้นแรกที่ผูกติดกับเสาคอกออก เพราะว่าถ้าเราไม่ผ่อนจะทำให้เชือกตึงคอจนโคหายใจไม่ออก และดิ้นรนขัดขืนอย่างรุนแรง ส่งผลทำให้ทำงานยากขึ้น

 

- หลังจากที่โคล้มลงแล้ว ก็ให้ผู้ที่เตรียมมัดขาทั้งขาหน้าและขาหลังเข้าประจำตำแหน่งอย่างรวดเร็ว โดยที่จะต้องทำการตรึงเชือกที่คล้องคอและเชือกที่รัดสวาบเอาไว้ก่อน จนกว่าจะมัดขาเสร็จเรียบร้อย เพื่อป้องกันโคสะบัดตัวหลุดออกจากพันธนาการ ในกรณีนี้เนื่องจากโคที่ถูกล้มไม่ปราดเปรียวมากนัก จึงทำให้สามารถเข้ามัดขาได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกโคเตะหรือสะบัดหัวใส่ หลังจากที่มัดขาเสร็จแล้วจึงให้ทำการปลดเชือกคอและสวาบออกให้เรียบร้อย เพื่อที่โคจะได้หายใจได้สะดวกและไม่เกะกะในขณะที่ทำงาน

 

คำแนะนำ

- เพื่อความสะดวกปลอดภัยและร่นระยะเวลาในการทำงาน ในกรณีที่โคปราดเปรียวหรือไม่ยอมให้จับมัดขาง่ายๆ นั้น ควรให้คนที่หนึ่งเข้ากดที่ส่วนหัวโคและส่วนคอไม่ให้สะบัด โดยใช้มือทั้งสองข้างกดที่ส่วนหัวและใช้หัวเข่ากดที่คอเอาไว้

 

- คนที่สองกดบริเวณสวาบโดยให้ใช้หัวเข่ากดที่สีข้างของโคหรือจะลงทุนนอนทับเลย ก็ได้ มือข้างหนึ่งจับที่ขาหลังเอาไว้ให้มั่นเพื่อป้องกันโคเตะ ส่วนมืออีกข้างให้จับหางโคลอดระหว่างขาหลังทั้งสองข้างแล้วดึงเข้าหาลำตัว เพื่อตัดกำลังโคและใช้เป็นที่ยึดจับกันหลุดกระเด็นเวลาโคดิ้น

 

- คนที่สามให้วิ่งเข้าที่ขาหน้าของโคเอาขาด้านในของตนเองสอดเข้าไปใต้หน้าแข้งเหนือหัวเข่าโค

 

- คนที่สี่ให้วิ่งเข้าขาหลังของโคเอาขาด้านในของตนเองสอดเข้าไปใต้ข้อพับด้านบนของโค ห้ามนั่งยองหรือคุกเข่าเด็ดขาดเพื่อป้องกันโคเตะ

 

- สุดท้ายให้คนที่สามและสี่ต่างคนต่างเอาเชือกมัดขาสอดบ่วงเข้าไปในขาข้างที่ อยู่ด้านบน แล้วมัดวนรอบขาหน้าและขาหลังสัก 3 – 4 รอบ เสร็จแล้วให้แลกเชือกกัน โดยให้สอดปลายเชือกผ่านช่องกลางระหว่างขาข้างซ้ายและขวา จากนั้นให้ต่างคนต่างดึงเชือกเข้าหากัน ขาทั้งสี่ข้างก็จะหุบเข้าหากันโดยอัตโนมัติ แล้วให้จับเชือกเส้นหนึ่งดึงขึ้นตั้งตรงเอาไว้ ส่วนเชือกมัดขาอีกเส้นหลังจากที่แลกเชือกและดึงเชือกเข้าหากันแล้ว ให้วนเชือกรอบขาทั้งสี่ข้างอีก 2 – 3 รอบ โดยให้วนอยู่ด้านในของเชือกเส้นที่ตั้งตรงอยู่ เพื่อป้องกันเชือกหลุดเวลาโคดิ้นแล้วจึงนำหางเชือกไปผูกเงื่อนกระตุกกับ เชือกเส้นที่ตั้งรออยู่ก่อนหน้านี้


- หลังจากที่มัดขาทั้ง 4 ข้างเรียบร้อยแล้ว ให้เตรียมจัดการโคตามที่ต้องการต่อไป เช่น สูญเขา ตีเบอร์ และตอนโค ฯลฯ


- หลังจากที่ปฏิบัติภารกิจเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ให้ผู้ปฏิบัติงานทั้ง 4 คน เข้าหาโคในตำแหน่งเดิมเหมือนกับตอนที่ล้มโค โดยให้ผู้ที่อยู่ส่วนหัวและสวาบคอยกดโคเอาไว้แบบเดียวกับตอนที่ล้มโคเช่นกัน ส่วนอีกสองคนให้เข้าบริเวณตำแหน่งขาหน้าและขาหลัง แล้วจึงทำการปลดเชือกที่มัดขาออก เมื่อแก้เชือกเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงให้เตรียมถอยออกมา โดยผู้ปฏิบัติงานทุกคนจะต้องให้สัญญาณพร้อมกัน โดยนับหนึ่ง สอง สาม แล้วค่อยๆเดินถอยออกจากโค โดยพยายามอย่าให้โคตื่นตกใจถือเป็นอันเสร็จสมบูรณ์

 

Ex. Video Clip : ขั้นตอนวิธีการคล้องโค การล้มโค และเทคนิคการมัดขาโค
https://www.facebook.com/photo.php?v=10200220487573818&set=vb.1201227369&type=3&theater

 

 

ของฝากนักคล้อง


- สำหรับมือใหม่ที่ต้องการปลดเชือกคล้องออกจากคอของโค มักจะประสบพบเจอปัญหาเดิมๆ คือ เชือกจะล็อคตัวเอง คล้ายกับการหักคอไก่ สืบเนื่องมาจากการปลดเชือกที่ไม่ถูกวิธี เพราะว่าไปจับส่วนที่เป็นตัวเชือกซึ่งมีความเป็นอิสระทำให้ควบคุมลำบาก ส่งผลให้การปลดเชือกออกจากคอทำได้ยากขึ้น เสียทั้งแรงและเวลา ยิ่งถ้าเจอโคที่ปราดเปรียวหรือโคที่ไม่เคยโดนเชือกมาก่อน จะเกิดอาการที่เรียกว่า “บ้าเชือก” ทั้งสะบัดหัว พุ่งชน และขวิดผู้ปฏิบัติงานได้



- วิธีแก้ไขก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมาย เพียงแค่ให้เอื้อมมือไปจับตรงส่วนของหัวเชือกเอาไว้ให้แน่น แล้วค่อยๆดึงเชือกออกมา ส่วนของตัวเชือกก็จะวิ่งตามมือออกมาโดยง่ายดาย หรือถ้าในจังหวะที่จับหัวเชือกอยู่นั้น โคกำลังเดินถอยหลังพอดีก็จะช่วยให้เราไม่ต้องออกแรงมากนัก พอเชือกค่อยๆผ่อนจนคิดว่ามีขนาดบ่วงกว้างพอที่จะดึงออกจนพ้นหัวและวงเขาได้ แล้ว ก็ให้ทำการปลดเชือกออก โดยถอดเชือกออกจากส่วนหัวผ่านลงมายังทางปาก หรือจากด้านบนลงด้านล่างนั่นเอง

- เหตุผลที่ต้องปลดเชือกออกจากส่วนหัวก่อนก็เพราะว่า ถ้าเราปลดเชือกออกจากส่วนปากก่อนจะทำให้เชือกติดขากรรไกรและปลายคาง และยังเป็นท่าที่ฝืนธรรมชาติสวนทางกับแรงโน้มถ่วงโลก จนอาจทำให้มีแรงเหวี่ยงที่จะสะบัดเชือกน้อยลง อีกทั้งเชือกและมือที่พาดผ่านด้านหน้ายังทำให้โคเกิดอาการตื่นตกใจ และอาจสะบัดหัวหรือพุ่งเข้าชนจนทำให้บาดเจ็บได้

 

 

เรื่อง ราวศิลปะในการต้อนและบังคับโคได้สำเร็จครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว หวังว่าคงมีประโยชน์กับทุกท่านบ้างไม่มากก็น้อย โชคดีมีความสุขกับการเลี้ยงวัวทุกท่าน สวัสดีครับ

 

Ex. Video Clip : การสาธิตและบรรยายขั้นตอนการคล้องโค การล้มโคด้วยมือเปล่า และการมัดขาโค

 

 

 

ขอขอบคุณภาพจาก : หนังสือรวมเรื่องโคเนื้อ ม.เกษตรศาสตร์ และ http://www.thailivestock.com/


By.....COWBOY 62

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship