ม้าแคระ Falabella Miniature Horse

วันพุธที่ 06 พฤศจิกายน 2013 เวลา 23:01 น. Ekkachai Boonchan วิถีชิวิตคาวบอย ศิลปะวัฒนธรรม อาวุธและเครื่องมือ - วิถีชีวิต,งานอาชีพ,ประเพณี Life & Traditions
พิมพ์
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 

Falabella Miniature Horse

November 6, 2013 at 8:39pm

ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าเป็นม้ามิเนียเจอร์สายพันธุ์ดั้งเดิมของประเทศอาร์เจนติน่าที่มีค่ามากและหายากมาก ถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ม้าที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ซึ่งได้รับการรักษาคงความบริสุทธิ์ของสายเลือดเอาไว้ด้วยการผสมพันธุ์เฉพาะ กับม้าฟาลาเบลล่าพันธุ์แท้ด้วยกันเองเท่านั้น เพื่อสร้างพันธุ์แท้ในรุ่นต่อๆไปให้เพิ่มมากขึ้น มันเป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นม้ามิเนียเจอร์พันธุ์แรกและเป็นตันฉบับสาย พันธุ์ดั้งเดิมของม้ามิเนียเจอร์ อีกทั้งยังมีขนาดรูปร่างที่เล็กติดตัวมาด้วยซึ่งนับเป็นมรดกตกทอดลำดับที่ สองต่อจากสายเลือดอันบริสุทธิ์ของพวกมัน มันเป็นม้าสายพันธุ์แท้ที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริงเนื่องจากมีบรรพบุรุษที่มี ลักษณะพิเศษเหมือนกันร่วมสายเลือดเดียวกัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญที่สุด ความจริงแล้วชื่อของฟาลาเบลล่านั้นเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับไปทั่ว โลก

สายพันธุ์บรรพบุรุษอันบริสุทธิ์จะถูกเก็บรวบรวม ไว้โดยฟาร์มปรับปรุงม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าและเหล่านักปรับปรุงพันธุ์ที่มีใจ รักม้าฟาลาเบลล่ากลุ่มเล็กๆจำนวนหนึ่งที่ต้องการจะรักษาอนุรักษ์มรดกอันล้ำ ค่าของพวกเขาเอาไว้ ฟาลาเบลล่าเป็นม้าที่มีเอกลักษณ์ความสวยงามเฉพาะตัวซึ่งหาพบได้ยากเนื่องจาก ถูกจำกัดจำนวนไว้ในยีน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดลักษณะถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากบรรพบุรุษอันบริสุทธิ์ของ ตัวมันเอง ได้มีการประมาณการว่าทั่วทั้งโลกน่าจะมีม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าหลงเหลืออยู่ เพียงไม่กี่พันตัว คุณลักษณะที่พึงปรารถนาที่สุดของม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าและบรรพบุรุษม้าฟาลาเบล ล่าสายพันธุ์แท้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดและหาได้ยาก ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าควรค่าแก่การครอบครองเป็นอย่างมากและมีมูลค่าเป็นอย่าง สูงสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของ...เกริ่นมาเสียยืดยาว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาศึกษาค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเจ้าม้าจิ๋วแต่แจ๋วไปด้วยกันต่อดีกว่า อย่ามัวรอช้าตามกันมาเลยครับ


ประวัติความเป็นมา

Falabella

Falabella
Andalusian
Andalusian
Spanish Barb
Spanish Barb

เรื่อง ราวประวัติศาสตร์ในอดีตมากมายและนิทานคติสอนใจที่มีตัวละครเอกเป็นสัตว์คอย ทำหน้าที่เป็นตัวเดินเรื่องได้มีการกล่าวถึงม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่มีชื่อ เสียงโด่งดังอยู่ในหนังสือหลายเล่ม, วารสารหลายฉบับ และบทความม้าอีกหลายเรื่อง ในบันทึกได้เขียนเอาไว้ว่าม้าอาร์เจนติน่าตัวเล็กแต่เดิมนั้นสืบเชื้อสายมา จากม้าพันธุ์แอนดาลูเชี่ยน(Andalusian) และม้าพันธุ์สแปนิช บาร์บ(Spanish Barb) ที่ถูกนำเข้ามายังประเทศอาร์เจนติน่าโดยชาวสเปน เมื่อครั้งที่พวกเขาเดินทางมาถึงเป็นครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 15 โดยมีจุดประสงค์ที่จะเข้ามาล่าอาณานิคม หลังจากที่พวกเขาได้รับความพ่ายแพ้กลับไป เหล่าม้าที่นำมาด้วยก็ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้ร่อนเร่หากินทั่วไปอย่างอิสระเสรี จนเวลาล่วงเลยผ่านไปกว่าหลายร้อยปี สภาพแวดล้อมที่รุนแรงทุรกันดารและการผสมพันธุ์กันเองในหมู่เครือญาติสาย เลือดเดียวกัน ส่งผลให้ม้าเริ่มมีขนาดตัวลดลงและกลายเป็นม้าตัวเล็กโดยธรรมชาติ

ย้อน กลับไปในช่วงยุค 1840 ม้าตัวเล็กเหล่านี้จะสามารถพบเห็นอยู่รวมกันหลายฝูงใกล้กับพื้นที่ทางตอนใต้ ของกรุงบัวโนสไอเรส(เมืองหลวงของประเทศอาร์เจนติน่า) ซึ่งได้รับการดูแลโดย แพทริค นิวทอลล์ และในปี ค.ศ.1853 เขาก็ได้เริ่มสร้างฝูงของตัวเองขึ้นมาด้วยม้าที่ตัวเล็กที่สุดเท่าที่จะ สามารถหามาได้ จนในที่สุดก็ได้ม้าที่มีขนาดสูงเพียง 40 นิ้ว หรือประมาณ 102 ซม.ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์พัฒนาม้าให้มีขนาด เล็กอย่างแท้จริง โดยตลอดระยะเวลา 150 ปีที่ผ่านมานี้นับตั้งแต่แพทริคได้เริ่มทำงานร่วมกับม้าเหล่าตัวเล็กจำนวน หลายตัว โดยในปี ค.ศ.1879 เขาก็ได้ถ่ายทอดวิธีการปรับปรุงพันธุ์และองค์ความรู้ทั้งหมดให้กับลูกเขยของ เขาคือ ฮวน ฟาลาเบลล่า ต่อมาในปี ค.ศ.1905 ฮวนก็ได้ถ่ายทอดความรู้ต่อไปยังลูกชายของเขาคือ เอมิลิโอ แล้วจากนั้นในปี ค.ศ.1927 เอมิลิโอก็ได้ส่งต่อความรู้ให้กับลูกชายของเขานั่นก็คือ จูลิโอ ฟาลาเบลล่า อีกทอดหนึ่ง โดยในขณะที่จูลิโอได้ทำงานร่วมกับพ่อของเขาในช่วงวัยรุ่นนั้นเขาได้รับวิชา ความรู้ทั้งหมดที่พ่อของเขาได้สั่งสมมาตลอดทั้งชีวิต

Welsh Pony

Welsh Pony
Shetland Pony
Shetland Pony
Criollo
Criollo

ตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้พวกเขาได้ใช้ความหลากหลายทางพันธุกรรมของม้าสายพันธุ์ต่างๆ เช่น เวลช์ โพนี่(Welsh Pony), เชทแลนด์ โพนี่(Shetland Pony) และเธอโรเบรดขนาดเล็ก(Small Thoroughbreds) รวมไปถึงม้าพันธุ์คริออลโล่(Criollo) ซึ่งเป็นม้าพื้นเมืองของประเทศอาร์เจนติน่า และเหล่าม้าที่มีสีสันลวดลายด่างแบบแอพพาลูซ่าและปินโต้ เพื่อนำมาพัฒนาพันธุ์ให้ได้ม้าที่มีขนาดตัวที่ย่อมลง โดยยังคงรักษาให้ม้าในแต่ละรุ่นมีขนาดรูปร่างเล็กที่สุดและมีคุณภาพดีที่สุด อย่างต่อเนื่อง จนประสบความสำเร็จในครั้งแรกได้ม้าที่มีขนาดความสูงลดลงเฉลี่ยต่ำกว่า 40 นิ้ว แล้วพัฒนาจนได้ขนาดมาตรฐานเหลือเพียงประมาณ 30 นิ้ว

 

โดยในช่วงยุค 1950 จูลิโอ ฟาลาเบลล่า(Julio Falabella) ได้เข้ามารับช่วงดูแลกิจการฟาร์มต่อจากพ่อของเขาอย่างเต็มตัวภายใต้ชื่อ “ฟาลาเบลล่า ฟาร์ม”  (FALABELLA FARM) เขาได้ริเริ่มสร้างสรรค์ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าให้มีหลากสีหลายแบบรวมทั้งลวด ลายแบบปินโต้และแอพพาลูซ่า โดยไล่ตั้งแต่ระดับโทนสีจางอ่อนไปจนถึงสีสันเข้มสดใส และได้สร้างม้าให้มีขนาดตัวเล็กลงมากยิ่งขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่เขาชื่นชอบเป็น อย่างมาก การพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและสมบูรณ์แบบที่สุดของม้าสายพันธุ์ฟาลาเบลล่า ล้วนเกิดจากฝีมือของจูลิโอทั้งสิ้น ด้วยการอุทิศตนทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้กับม้าฟาลาเบลล่าบวกกับองค์ความรู้ และประสบการณ์ของเขา เขาจึงสามารถผลิตม้าตัวเล็กที่สมบูรณ์แบบที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกได้ ทันทีที่เหล่าม้าตัวจิ๋วหลากสีสันเหล่านี้ได้ลุล่วงเป้าหมายจนกลายเป็นมรดก ทางธรรมชาติมานับร้อยปีและได้พัฒนาสายพันธุ์จนประสบความสำเร็จสมบูรณ์แล้ว จูลิโอจึงได้ทำการเปิดตัวม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบลล่าของเขาออกไปทั่วโลกอย่าง เป็นทางการ

 

 

ใน ช่วงทศวรรษที่ 1960 จูลิโอ ฟาลาเบลล่า ได้ส่งออกม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบลล่าของเขาไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาและอีกหลาย ประเทศ โดยในปี ค.ศ.1962 ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าชุดแรกได้ถูกนำเข้ามายังสหรัฐอเมริกาโดยชายชาวอาร์เจนติ น่า ชื่อ จอห์น อเลโน(John Aleno) โดยเขาได้ขายพ่อพันธุ์จำนวน 12 ตัว ที่ซื้อมาจากจูลิโอ ฟาลาเบลล่าให้กับโรงกลั่นเหล้าองุ่นเรจิน่า(Regina Winery) เมืองเอทิวันดา(Etiwanda)  รัฐแคลิฟอร์เนีย(California) โรงกลั่นเหล้าองุ่นใช้พวกมันเทียมรถม้าโดยสารขนาดเล็กในขบวนพาเหรด เพื่อโปรโมทสินค้าเหล้าไวน์องุ่นของพวกเขา โดยเหล่าม้าที่มีชื่อเสียงในอเมริกาในปัจจุบันต่างสืบเชื้อสายมาจากเหล่าพ่อ พันธุ์ทั้ง12 ตัวนี้

 

 

บท ความหลากหลายเรื่องราวเกี่ยวกับม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบลล่าถูกเขียนลงในวารสาร เวสเทิร์น ฮอร์สแมน(WESTERN HORSEMAN) และ วารสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก(NATIONAL GEOGRAPHIC) ตลอดจนวารสารที่เกี่ยวกับม้าฉบับอื่นๆ และข่าวสารของม้าสายพันธุ์มิเนียเจอร์ตัวจิ๋วนี้ได้แพร่กระจายออกไปในวง กว้างอย่างรวดเร็วราวกับไฟป่าว่าเป็นม้าที่ถูกสรรสร้างขึ้นโดยธรรมชาติมา เป็นเวลากว่าหลายร้อยปีและได้รับการปรับปรุงคัดเลือกสายพันธุ์มาแล้วหลาย รุ่น จูลิโอและม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบลล่าของเขาได้กลายมาเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียง โด่งดัง ในขณะเดียวกันเขาก็ได้ส่งออกม้าไปทั่วทุกมุมโลกอย่างต่อเนื่อง มหาเศรษฐีและบุคคลมีชื่อเสียงโด่งดังมากบางคนได้ซื้อพวกมันมาเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นในหมู่เหล่าพระราชา, เจ้าชาย, ประธานาธิบดี และดาราภาพยนตร์ มันเป็นเรื่องปกติจะต้องจ่ายราคาแพงหูฉี่ขนาดนี้สำหรับม้าฟาลาเบลล่าที่ตัว เล็กที่สุดและดีที่สุด

 

 

พอผ่านช่วงปี 1970 ม้าฟาลาเบลล่าถูกนำเข้ามากลุ่มเล็กๆ โดยในตอนนั้นจูลิโอมีม้าฟาลาเบลล่าขนาดเล็กหลากสีสันที่มีความสูงเพียง 28 นิ้ว ที่มีโครงสร้างสมบูรณ์แบบอยู่บนพื้นที่ฟาร์มขนาดใหญ่ของเขาเป็นจำนวนมาก บรรดาพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์บางตัวที่ดีมากที่สุดและมีสีสันสดใสมากที่สุดของ จูลิโอได้ถูกส่งไปยังสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆทั่วโลก โดยในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบลล่าได้รับการจด ทะเบียนสายพันธุ์ผ่านสมาคมม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบลล่า(Falabella Miniature Horse Association : FMHA)

 

เมื่อ จูลิโอได้เสียชีวิตลงจากไปในปี ค.ศ.1980, แต่กิจการฟาลาเบลล่าฟาร์มและชีวิตการทำงานของเขาในอาร์เจนติน่าก็ยังคง ดำเนินต่อไป ซึ่งบริหารงานโดยภรรยาของเขา คือ มาเรีย ลุยซ่า เดอ ฟาลาเบลล่าและลูกชายกับลูกสาวของพวกเขา โดยที่ในปี 1995 ลูกสาวของเขาคือ มาเรีย แองเจลิก้า ฟาลาเบลล่า หรือเรียกสั้นๆว่า "แองเจลิก้า" ได้ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและเธอได้นำม้าพันธุ์ฟาลาเบล ล่าตัวที่ดีมากที่สุดรวมถึงมีขนาดตัวเล็กที่สุดและมีลวดลายแบบปินโต้และแอ พพาลูซ่าที่มีสีสันสวยสดงดงามที่สุดเข้ามาด้วย โดยในเวลานั้นฟาลาเบลล่าฟาร์มทั้งสองแห่งยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตหลักและ เป็นผู้ส่งออกม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบลล่าไปทั่วทุกมุมโลก จนกระทั่งในปี ค.ศ.2006 แองเจลิก้า ฟาลาเบลล่าก็ได้เลิกกิจการในสหรัฐอเมริกาไปในที่สุด ในปัจจุบันเหล่าม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่ายังคงอยู่ที่ฟาร์มฟาลาเบลล่าในอาร์เจนติ น่าและตามสถานที่ต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ทวีปยุโรป,สหราชอาณาจักร และอีกหลายประเทศ


ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่มีชื่อเสียง (FAMOUS FALABELLA)


ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดที่นำเข้ามายังสหรัฐอเมริกาคือ ชิอันติ(Chianti), เป็นพ่อพันธุ์ลายแอพพาลูซ่าลายด่างจุดดำแบบเสือดาว(LeopardAppaloosa)ที่สวย งามตัวหนึ่ง เกิดเมื่อปี ค.ศ.1964 ซึ่งเขาถูกนำเข้ามาพร้อมกับเหล่าแม่พันธุ์ฟาลาเบลล่าในช่วงยุค 1960 โดยถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการโปรโมทธุรกิจของโรงกลั่นเหล้าองุ่นเรจิ น่า(Regina Winery) ตั้งอยู่ในเมืองเอทิวันดา รัฐแคลิฟอร์เนียชิอันติได้กลายมาเป็นที่ดึงดูดความสนใจและสร้างความตื่นเต้น ขึ้นมาในทันทีทันใดนับตั้งแต่นั้นมาบทความข่าวต่างๆที่เกี่ยวกับม้าก็ได้ เขียนเรื่องราวของเขาอย่างมากมายชิอันติและเหล่าแม่พันธุ์ของเขาได้ให้ กำเนิดลูกม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าชุดแรกในอเมริกาและลูกม้าที่มีลายแบบแอพพาลู ซ่าชุดแรกๆสุดบางส่วนยังได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างม้ามิเนียเจอร์ใน เวลาต่อมา

Toyland Zodiac

Toyland Zodiac

หนึ่งในพ่อพันธุ์ชั้นเยี่ยมและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดในอเมริกา คือ ทอยแลนด์ โซดิแอ็ค(Toyland Zodiac) มีความสูง 31 นิ้ว, เกิดปี ค.ศ.1976 เป็นพ่อพันธุ์ลายแอพพาลูซ่าที่มีลักษณะลายด่างจุดสีดำแบบเสือ ดาว(LeopardAppaloosa)ที่มีคุณภาพสูงทอยแลนด์โซดิแอ็คเป็นทั้งพ่อพันธุ์และ บรรพบุรุษชั้นนำที่ให้ผลงานเยี่ยมเหมาะสำหรับการประกวดระดับคุณภาพ และยังได้ส่งให้ลูกหลานคว้ารางวัลตำแหน่งชนะเลิศสูงสุดมากกว่าพ่อพันธุ์ม้า ฟาลาเบลล่าตัวอื่นในสหรัฐอเมริกาโดยม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่สวยงามที่สุดและ มีคุณภาพเยี่ยมที่สุดบางตัวจะมี ทอยแลนด์ โซดิแอ็ค อยู่ในสายบรรพบุรุษของพวกเขา

ความพิเศษในตัวม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่า (SPECIALIZING IN FALABELLA)


 

ลักษณะ พิเศษเฉพาะที่อยู่ในตัวม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าถือเป็นตัวเลือกสำคัญที่ได้รับ ความนิยมสำหรับผู้ที่กำลังมองหาบางสิ่งที่มีความพิเศษเฉพาะเพียงหนึ่งเดียว และแตกต่าง ตัวเลขการเติบโตของจำนวนนักปรับปรุงพันธุ์ม้ามิเนียเจอร์และม้าสายพันธุ์ อื่นๆจะเป็นตัวช่วยเพิ่มม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าเข้าไปในฟาร์มของพวกเขา เนื่องจากเขาได้เห็นถึงจุดเด่นและข้อดีหลายอย่างในการปรับปรุงพันธุ์ม้าตัว เล็กที่มีค่าเหล่านี้ ม้าพวกนี้มีพร้อมในทุกๆสี มีตัวเลือกที่หลากหลาย พวกมันสามารถจดทะเบียนและลงประกวดในรายการแข่งขันม้ามิเนียเจอร์ทุกรายการ และสมาคมม้ามิเนียเจอร์ทุกสมาคมทั่วโลก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ม้าแต่ละตัวจะมีใบรับรองการจดทะเบียนพันธุ์จากสมาคมม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบล ล่า(FMHA) เพื่อรับรองความถูกต้องในพันธุ์ประวัติสายบรรพบุรุษของพวกมัน

 

ตลอด ระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมามีฟาร์มที่มีชื่อเสียงระดับชั้นนำหลายฟาร์มที่เดิน เข้ามาและก้าวออกไปจากวงการ ชื่อของฟาลาเบลล่าได้ยืนหยัดอดทนต่อบททดสอบแห่งกาลเวลาและยังคงรักษาสถานภาพ ให้คงอยู่ดังเช่นเดิม ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าได้เป็นที่รู้จักและถูกนำออกมาเผยแพร่ไปทั่วโลกและยัง ได้สร้างชื่อเสียงจนมีกลุ่มตลาดเป็นของตัวเอง มีการโฆษณาที่มีเอกลักษณ์และยังเป็นการช่วยส่งเสริมจุดเด่นที่เป็นประโยชน์ ต่อเหล่านักปรับปรุงพันธุ์ม้าฟาลาเบลล่า ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าบางตัวมีราคาแพงและมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่สูง อย่างไรก็ตามผู้คนส่วนใหญ่สามารถเลือกซื้อหาได้ในราคาที่ไม่แพง ลูกม้ามักจะเป็นที่ชื่นชอบเป็นพิเศษและมีราคาถูกกว่าม้าที่โตเต็มวัย พวกมันเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเลี้ยงจำนวนไม่มากหรือกำลังมอง หาสำหรับนำไปปรับปรุงพันธุ์ในอนาคตหรือมุ่งหวังในเวทีการประกวด

 

นับตั้งแต่มีการก่อตั้งสมาคมม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบลล่าขึ้นมาในปี ค.ศ.1973 มีม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าจำนวนไม่ถึง 1,500 ตัว ที่ได้มีการจดทะเบียนกับสมาคม โดยที่มีเพียงฝูงเล็กๆไม่กี่ฝูงที่อยู่ในอเมริกาและที่เหลือจะกระจายอยู่ตาม ประเทศอื่นๆเป็นส่วนใหญ่ มีการคาดการณ์ว่าทั่วทั้งโลกน่าจะมีจำนวนประชากรอยู่หลายพันตัว ซึ่งมีความต้องการจากผู้ที่สนใจเป็นอย่างมากแต่กลับมีจำนวนจำกัด โดยเมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างจำนวนม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่ากับม้าอเมริกันมิ เนียเจอร์ก็จะเห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจน การมีบรรพบุรุษที่มีสายเลือดบริสุทธิ์และการหาได้ยากยิ่งของม้าพันธุ์ฟาลา เบลล่าทุกตัวคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าอยู่นอกเหนือจากม้ามิ เนียเจอร์สายพันธุ์อื่นๆทั้งหมด


การจดทะเบียนม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าในประเทศอาร์เจนติน่า (ARGENTINA ACCF FALABELLA REGISTRY)


 

แรก เริ่มเดิมทีม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าทุกตัวล้วนมาจากฟาลาเบลล่าฟาร์มในประเทศอา ร์เจนติน่า โดยที่พวกเขายังคงทำการเพาะพันธุ์และส่งออกม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าไปทั่วโลก อย่างต่อเนื่อง ในช่วงทศวรรษ 1940 ฟาลาเบลล่าฟาร์มภายใต้การนำของจูลิโอได้มีการริเริ่มก่อตั้งหน่วยงานที่มี ชื่อว่า Establecimientos Falabella เพื่อใช้บันทึกข้อมูลและจดทะเบียนสายพันธุ์อย่างเป็นทางการ ต่อมาในปี ค.ศ.1991 ได้กลายมาเป็นที่รู้จักกันในนาม Asociacion de Criadores de Caballos Falabella (ACCF) ซึ่งช่วยให้พวกเขาได้มีการเก็บบันทึกข้อมูลบรรพบุรุษของเหล่าพ่อพันธุ์, แม่พันธุ์ และลูกหลาน ที่เกิดขึ้นมาในฟาร์มแห่งนี้ ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่นำเข้ามาจากอาร์เจนติน่าจะมีเอกสารรับรองการจด ทะเบียนที่ออกโดยสมาคม ACCF ติดตัวมาด้วย เพื่อรับรองว่าเป็นม้าที่มาจากฟาร์มฟาลาเบลล่าของแท้


สมาคมม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบลล่า (FALABELLA MINIATURE HORSE ASSOCIATION)


สมาคม ม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบลล่า(FALABELLA MINIATURE HORSE ASSOCIATION : FMHA) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1973 เป็นสำนักรับจดทะเบียนม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบลล่าแห่งแรกในโลก ในเวลานี้ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าได้กลายเป็นที่นิยมอย่างมาก และเหล่านักปรับปรุงพันธุ์จำนวนมากได้มีการสั่งนำเข้ามายังสหรัฐอเมริกาและ อีกหลายแห่งของโลก โดยมีการนำม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่องและยังมีลูกม้า เกิดใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการจดทะเบียนบันทึกข้อมูลและรับรองความถูกต้อง เพื่อยืนยันว่าม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าเหล่านั้นมีบรรพบุรุษที่เป็นสายเลือด บริสุทธิ์ ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นจุดริ่มต้นให้ได้มีการจัดตั้งสมาคมม้ามิเนียเจอร์ฟาลา เบลล่าขึ้นมา โดยที่พันธุ์ประวัติบรรพบุรุษสายอาร์เจนติน่าจะถูกบันทึกข้อมูลเอาไว้ และมีใบรับรองการจดทะเบียนที่ออกโดยสมาคมที่จะออกให้กับม้าฟาลาเบลล่าพันธุ์ แท้และลูกหลานของพวกมันทุกตัว ทุกวันนี้สมาคมยังคงเป็นองค์กรระหว่างประเทศทำหน้าที่รับจดทะเบียนม้าพันธุ์ ฟาลาเบลล่าจากทุกประเทศทั่วโลก ปัจจุบันได้มีการเพิ่มหน่วยงานรับจดทะเบียนม้าฟาลาเบลล่าลูกผสมขึ้นมา คือ Falabella Blend Registry (FBR) โดยยอมรับจดทะเบียนให้กับม้ามิเนียเจอร์ที่มีสายเลือดม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่า อยู่ในพันธุ์ประวัติ ในปัจจุบันม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบลล่าลูกผสมกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

 

จุดประสงค์การจดทะเบียนกับสมาคมม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบลล่า (FMHA REGISTRATION REQUIREMENTS)

 

เฉพาะ ม้าฟาลาเบลล่าพันธุ์แท้เท่านั้นจึงจะได้รับการยอมรับให้สามารถจดทะเบียนกับ สมาคมม้ามิเนียเจอร์ฟาลาเบลล่า(FMHA) พวกมันจะต้องมีพ่อและแม่ที่จดทะเบียนอยู่กับสมาคม FMHA มาก่อน หรือมีหลักฐานเอกสารข้อมูลของบรรพบุรุษทุกตัวที่สามารถสืบค้นตามหาประวัติ สายบรรพบุรุษดั้งเดิมย้อนกลับไปยังฟาลาเบลล่าฟาร์มในประเทศอาร์เจนติน่าได้ ม้าฟาลาเบลล่าพันธุ์แท้ที่มีชื่อเสียงของสมาคมทุกตัวจะมีใบรับรองการจด ทะเบียนของม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่นำเข้ามาจากฟาร์มม้าฟาลาเบลล่าในประเทศอา ร์เจนติน่า ซึ่งได้รับการจดทะเบียนโดยสมาคม ACCF และจากม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่จดทะเบียนในประเทศอื่นๆ

 

การ จดทะเบียนม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่า, การจดทะเบียนม้าอเมริกันมิเนียเจอร์ และการจดทะเบียนม้ามิเนียเจอร์สายพันธุ์อื่นๆ จำนวนม้าที่จดทะเบียนเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่อยู่ใน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมักจะมีการลงทะเบียนอยู่กับสมาคม American Miniature Horse Association(AMHA) และ/หรือ American Miniature Horse Registry(AMHR) ลูกม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่เกิดใหม่นั้นสามารถจดทะเบียนได้ทั้ง 3 หน่วยงานนี้ ไม่ว่าจะเป็น  FMHA, AMHA และ AMHR สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เหล่าผู้เลี้ยงได้มีโอกาสดีที่จะนำม้ามาขึ้นทะเบียน พัฒนาสายพันธุ์และการส่งม้าเข้าประกวดตามที่พวกเขาได้เลือกจดทะเบียนเอาไว้ และยังคงเป็นการรักษาโปรแกรมการปรับปรุงพันธุ์ม้าฟาลาเบลล่าที่บริสุทธิ์เอา ไว้ได้

 

 

ม้า อเมริกันมิเนียเจอร์กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและกลายมาเป็นหนึ่งใน สุดยอดพันธุ์ม้าชั้นดี หลักฐานที่บ่งบอกถึงความนิยมในตัวพวกมันนั้นได้แสดงผ่านทางจำนวนม้าที่มา ขึ้นทะเบียนในสมาคม AMHA และ AMHR โดยนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสมาคมซึ่งมีจำนวนม่ามากกว่า 200,000 ตัว โดยการเปรียบเทียบจากจำนวนม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่ได้จดทะเบียนกับสมาคม FMHA ตั้งแต่ช่วงก่อตั้งสมาคมเมื่อปี ค.ศ.1973 ซึ่งมีจำนวนไม่ถึง 1,500 ตัว ถือเป็นเครื่องยืนยันในความหายากของพวกมัน ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าสายเลือดบริสุทธิ์ถูกสร้างขึ้นเพียงส่วนเล็กๆของจำนวน ม้ามิเนียเจอร์สายพันธุ์อื่น อย่างไรก็ตามพวกมันเป็นตัวดึงดูดขนาดใหญ่สำหรับเหล่านักปรับปรุงพันธุ์ม้ามิ เนียเจอร์และกลุ่มผู้ที่หลงใหลในตัวม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่า ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่ชนะเลิศในการประกวดจะได้รับริบบิ้น ถ้วยรางวัลและรางวัลพิเศษ ที่สามารถนำไปแสดงสร้างชื่อเสียง ได้รับการยอมรับและช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ม้าของคุณ ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าสามารถแข่งขันเคียงข้างกับม้ามิเนียเจอร์พันธุ์อื่นใน การชิงชัยทั่วไปและชิงแชมป์ระดับประเทศได้อย่างสูสี และบางตัวก็ได้รับรางวัลสูงสุดระดับนานาชาติ


ลักษณะอุปนิสัย (DISPOSITION)

 

ม้า พันธุ์ฟาลาเบลล่าเป็นม้าที่มีนิสัยอ่อนโยนโดยธรรมชาติและเป็นมิตรกับคนทุก เพศทุกวัย พวกมันมีขนาดเล็กทำให้ง่ายต่อการจัดการ ฝึกง่าย ควบคุมง่าย และมีความสนุกสนานไปกับการแสดง พวกมันยังสามารถสร้างความสุขความเพลิดเพลินให้กับทุกคนในครอบครัว ทั้งในฐานะสัตว์เลี้ยงแสนรักหรือมิตรแท้สำหรับทุกคน โดยเฉพาะลูกม้าจะมีความน่ารักและเป็นที่รักใคร่อย่างยิ่ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่พิเศษมากและยังเป็นม้าที่มีคุณค่ายิ่งนัก พวกมันเป็นม้าที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายทาง และยังสามารถทำสิ่งต่างๆที่เหล่าม้ามิเนียเจอร์ทั่วไปสามารถทำได้ โดยที่ส่วนใหญ่จะถูกนำไปให้เด็กน้อยตัวเล็กๆได้ขี่เล่นทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก ออทิสติก ใช้นำทางผู้พิการทางสายตา พวกมันมีความเฉลียวฉลาดมากและสามารถฝึกฝนให้ทำหลายสิ่งหลายอย่างได้เป็น อย่างดี พวกมันมีความแข็งแรงดีตามรูปร่างและขนาดของตัวมันเอง และเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับใช้ในการเทียมรถม้าขนาดเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประกวดและเดินขบวนพาเหรด


ลักษณะเชิงคุณภาพ (QUALITY)

 

 

คุณภาพ ของม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่สำคัญที่สุด คือ มีรูปร่างลักษณะโดยรวมที่มีความสมดุลกันดีตามแบบฉบับม้าย่อส่วน ประกอบด้วยรูปลักษณ์ที่แลดูสบายตาแผงคอบางส่วนจะสั้นและตรงและส่วนอื่นๆจะ ยาวปรกลำคอทั้งสองข้าง เส้นขนงามดุจเส้นไหมผิวหนังบางและอ่อนนุ่ม โครงสร้างดี แข้งขาตรงแข็งแรงดี กีบเท้าแคบแบบรูปไข่ มีการสบกันของฟันที่ดีมีการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติและทรงพลังมาก เฉกเช่นเดียวกันกับลักษณะที่พึงประสงค์สำหรับรายการประกวด ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่มีคุณภาพในการประกวดที่ดีที่สุดถือเป็นสิ่งที่พึง ปรารถนาเป็นอย่างมาก

 

 

ประเภทของสายพันธุ์ (BREED TYPE)


 

ม้า ทุกประเภททุกสายพันธุ์ได้ให้การยอมรับในตัวของม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่า ดังเช่นเดียวกันกับการพัฒนาพันธุ์ของม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่ค่อยๆพัฒนามาจาก การคัดเลือกปรับปรุงสายพันธุ์จากประเภทม้าที่หลากหลาย จนได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าในที่สุด ประเภทสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดที่นำมาผสมพันธุ์กับม้าพันธุ์ฟา ลาเบลล่า เพื่อสร้างม้าฟาลาเบลล่าลูกผสมหรือมุ่งไต่ระดับไปสู่พันธุ์แท้ คือ ม้าพันธุ์อาราเบียน, เธอโรเบรด, ควอเตอร์ ฮอร์ส, ม้าด่างลายแบบปินโต้และแบบแอพพาลูซ่า แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือบรรพบุรุษของพวกมันจะต้องเป็นม้าพันธุ์ฟาลาเบล ล่าสายเลือดบริสุทธิ์มาโดยตลอด โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญเกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์เพื่อเพิ่มให้มีโครง สร้างที่สมดุลดีขึ้นและมีลักษณะของม้าที่ตรงตามสายพันธุ์ที่แท้จริงในประเภท สายพันธุ์ที่พวกเขามีความคล้ายคลึง หรือเข้าใจง่ายๆคือ อยู่ในรูปร่างย่อส่วนจากสายพันธุ์ที่ได้กล่าวถึงในข้างต้นนั่นเอง


ขนาดรูปร่าง (SIZE)


 

ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าขณะแรกเกิดจะมีส่วนสูงเพียง 12 นิ้ว และสูงขึ้นไปถึง 22 นิ้วหรือมากกว่านั้น และจะมีส่วนสูงเต็มที่เมื่ออายุ 3 ปี เนื่องด้วยพวกมันเป็นม้าสายพันธุ์ขนาดเล็กโดยธรรมชาติ เมื่อโตเต็มที่จะมีส่วนสูงตั้งแต่ 25 – 34 นิ้วและมากกว่านั้น แต่ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าที่โตเต็มที่ส่วนใหญ่จะมีความสูงเฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 30 – 34 นิ้ว ทุกขนาดที่กล่าวมานี้ได้รับการยอมรับให้สามารถจดทะเบียนกับสมาคมม้ามิ เนียเจอร์ฟาลาเบลล่าได้ ขนาดตัวไม่ได้ถือเป็นสาระสำคัญในการชี้วัดแยกพวกมันออกจากสายเลือดอัน บริสุทธิ์ของบรรพบุรุษหรือคุณค่าที่อยู่ในตัว มรดกทางพันธุกรรมของม้าฟาลาเบลล่าพันธุ์แท้ที่สืบทอดกันมาคือเหตุผลอันดับแรกที่สำคัญที่สุดในการครอบครองพวกมัน เมื่อม้าฟาลาเบลล่าพันธุ์แท้ได้รับการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว พวกมันจะยังคงถูกบันทึกข้อมูลส่วนตัวไว้ในสารระบบข้อมูลของสมาคม FMHA ตลอดชีวิต นอกจากนี้สมาคมอื่นจะมีการกำหนดเงื่อนไขส่วนสูงของม้้าที่จะมาขอจดทะเบียน แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น สมาคม American Miniature Horse Association (AMHA) จะกำหนดให้ม้าที่มาจดทะเบียนกับสมาคมจะต้องมีส่วนสูงที่วัดจากพื้นถึงแผงคอเส้นสุดท้ายหรือตะโหงกไม่เกิน 34 นิ้ว แต่สำหรับสมาคม American Miniature HorseRegistry (AMHR) จะแบ่งส่วนสูงออกเป็น 2 กลุ่ม คือ Division A จะมีส่วนสูงไม่เกิน 34 นิ้ว และ Division B จะมีส่วนสูงอยู่ระหว่าง 34 – 38 นิ้ว

 

 

สี (COLORS)

 

ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่ามีครบทุกเฉดสี และมีลายด่างแบบปินโต้(Pinto) หลากสีสันหลายรูปแบบ และยังมีลายด่างแอพพาลูซ่า(Appaloosa) แบบต่างๆอีกมากมาย ส่วนลายด่างแบบพินตาลูซ่า(Pintaloosa : การผสมผสานกันระหว่างปินโต้และแอพพาลูซ่า) ที่หายากก็ยังพอมีอยู่บ้าง ม้าที่มีสีสันสดใสที่สุดจะเป็นที่ต้องการอย่างมากแต่ก็มีจำนวนจำกัด

แรงจูงใจสำหรับนักปรับปรุงพันธุ์ม้าฟาลาเบลล่า (FALABELLA BREEDER INCENTIVES)


"ก็เพราะว่าพวกมันเป็นของหายาก" นั่นคือเหตุผลหลักที่ควรจะเลี้ยงม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่า เพื่อปกป้องและรักษาสายพันธุ์ที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาโดยเฉพาะ และเก็บรักษาสายที่เป็นสายเลือดที่บริสุทธิ์เอาไว้ โดยเหตุผลรองลงมาคือ การศึกษาเฉพาะทางในเรื่องสายบรรพบุรุษของม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่า จะช่วยให้ได้เปรียบทางการตลาดอย่างมหาศาล เนื่องจากนักปรับปรุงพันธุ์ม้าฟาลาเบลล่ายังมีจำนวนไม่มากนัก แต่กลับมีผู้ซื้อที่มีศักยภาพในการซื้อที่สูงที่อยากได้ม้ามิเนียเจอร์อยู่ เป็นจำนวนมาก

 

ในแง่ของธุรกิจ...ม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าสามารถ นำไปใช้เริ่มต้นกิจการฟาร์มม้าขนาดเล็กได้ ซึ่งสามารถช่วยสร้างรายได้เสริมต่อปีให้กับงานประจำหรือธุรกิจหลักของตัว เจ้าของเอง นอกจากนี้ยังมีข้อได้เปรียบทางด้านภาษีฟาร์ม อีกทั้งยังให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ปลอดภัยกว่า และให้ผลตอบแทนในระยะที่ยาวกว่าการลงทุนธุรกิจอื่นๆบางประเภท โดยที่ตัวลูกม้าสามารถสร้างมูลค่าได้ดีเพราะมีความน่ารัก และช่วยสร้างความเพลิดเพลินใจไปกับการเลี้ยง นอกจากนี้ลูกม้ายังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับฝูงได้อีกถ้าหากเก็บเอาไว้ หรือสามารถช่วยสร้างรายได้จากการขายผลผลิตในแต่ละปี ด้วยต้นทุนค่าอาหารสัตว์ที่ต่ำและให้ผลตอบแทนสูงจาการลงทุนเลี้ยงม้าพันธุ์ฟาลาเบลล่าเพียงครั้งเดียวนั้น ม้าแต่ละตัวสามารถให้ผลตอบแทนจากการขายลูกม้าได้เป็นระยะเวลานานถึง 20 ปีหรือมากกว่านั้น ฟาลาเบลล่าเป็นม้าสายพันธุ์ที่พิเศษโดยแท้จริงที่ควรค่าแก่การพิจารณา

 

 

แปลจากคำบรรยายของคุณ Laurie Stevens เจ้าของ Toyland Miniature Horse Farm

 

ที่มา :http://www.falabellafmha.com/


By.....COWBOY 62

 

จะีมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน Stockmanship