www.cowboylifeandsong.com

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

คาวบอยการกุศลประจำปีภาคใต้ นครศรีธรรมราช 2552

อีเมล พิมพ์ PDF
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

8บทความนี้ เป็นการบันทึกการเดินทางไปร่วมงานคาวบอยการกุศลประจำปีภาคใต้ ที่นครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 13 -15 มีนาคม 2552
เป็นการก๊อปปี้จากกระทู้ที่ได้โพสต์ไว้ที่ www.cowboythai.com และมีการปรับเปลี่ยน
บางแห่ง

ขอบคุณคุณน้ำหวาน เมา และคู่ชีวิตคาวบอย ที่ให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง

ขอเริ่มด้วยรูปที่บ้านคุณน้ำหวานก่อนนะ  เป็นการแวะขากลับครับ

ดูชีวิตสมาชิกคาวบอยพร้อมครอบครัวที่น่ารักได้เลยครับ    เป็นชีวิตที่พร้อมลุยแบบคาวบอยจริงๆ

-ทั้งออฟโรด  เจ้าเชโรกีสีทอง
-มอเตอร์ไซต์คาวบอยก็เป็นได้  ควรดาวน์โหลดเพลงที่ผมโพสต์ไว้ไปฟังดัวยนะครับ อยู่ที่ http://www.cowboythai.com/forum2/index.php?topic=111.0

1

2

เจ้า· Harley-Davidson แบบคันนี้ ผมฝันอยากมีมันตั้งแต่วัยรุ่นแล้ว ป่านนี้ก็ยังไม่มีปัญญาเลยครับ

3

-หนวดเคราก็สวย แนวคาวบอยอย่างยิ่ง

4

เห็นคู่ชีวิตคุณ น้ำหวาน เมา แล้ว นึกถึงรูปนี้ทันทีครับ

5

แจกสติ๊กเกอร์คาวบอยไทยตามระเบียบ

6

ตอนเดินทางขาลงใต้ แวะไหว้หลวงปู่ทวดก่อนครับ

7

8

9

10

ไปถึงเรือนผักกูดรีสอร์ทก็เกือบ 2 ทุ่มแล้ว เขาปิด 2 ทุ่มครึ่ง

มองหาใครก็ไม่เห็น  COWBOY1 ต้องตระโกนเรียกไปหลังร้าน

13

14

15

16

ตอนแรกว่าจะนอนบ้านรถไฟที่เรือนผักกูดรีสอร์ท  แต่เปลี่ยนใจเพราะมันแคบไปและไม่อยากนอนห้องแอร์ อากาศข้างนอกเย็นบริสุทธิ์กว่าเยอะ

17

18

19

20

ไปนอนบ้านแบบนี้ครับ  คืนละ 350 บาทเท่านั้น

บรรยากาศในรีสอร์ท ตอนเช้าสุดยอดเลย อยู่ริมลำธารที่เป็นต้นน้ำตาปี

21

22

23

24

ไม่ยักรู้ว่าเขามีเรือนพักที่เข้ากับบรรยากาศคาวบอยแบบนี้ ไม่งั้นขอมานอนบ้านแบบนี้ครับ เขามีอยู่หลายหลังเหมือนกัน ผมไปเห็นก็ตอนเช้า

เลยชักรูปกันตามระเบียบ

25

26

27

28

ทนดูรุปคาวบอยเริงรีสอร์ทกันหน่อยนะครับ  เป็นการแนะนำรีสอร์ทที่น่าพักแห่งนี้

รูปแรกถ่ายบนบ้านพัก

ความสวยงามลงตัวของสถานที่ ดูจากรูปก็แล้วกัน

29

30

31

32

ทางเดินที่มองเห็นธารน้ำและภูเขายอดเยี่ยมมาก  น่าจัดงานคาวบอยมีตติ้ง

แล้วก็ไปซนเป็นลิงค่างปีนรถไฟ ก่อนไปกินข้าวเช้า

33

34

35

36

-จากนั้นก็เดินไปกินข้าวเช้าที่ร้านอาหารของรีสอร์ท สังเกตุที่กระดานเมนูอาหาร มีสติ๊กเกอร์คาวบอยไทยติดไว้เรียบร้อย

37

-ถ่ายรูปกับคุณ กิตติ เจริญพาณิช เจ้าของเรือนผักกูด ท่านมีอัธยาศรัยไมตรีดีมาก ขอขอบคุณอย่างยิ่งที่ได้ให้ความรู้แก่เราหลายๆ เรื่อง

39

-มอบสติ๊กเกอร์ อีกแล้ว

40

38

-ก่อนอื่น ขอแนะนำเครื่องดื่มที่พวกเราสั่งกันก่อน มีน้ำดอกดาหลา(สีชมพู) น้ำดอกอัญชัน(สีน้ำเงิน) และน้ำตะไคร้
ผมไม่เคยกินน้ำดอกดาหลาและไม่รู้จัก ถามคุณกิตติว่ามันรูปร่างยังไง  ท่านก็อุตส่าเดินไปหยิบมาปักให้ดูบนโต๊ะ 1 ดอก ขอบคุณมากๆ ครับ

41

-อาหาร จานแรกคือ ดอกไม้ทอด  สีชมพูคือดอกเฟื่องฟ้าที่เราเห็นในสวนนั่นแหละ  สีน้ำเงินก็ดอกอัญชัน และเขียวๆ หน่อยคือผักแว่น รสชาดก็เหมือนกินกุ้งทอด

42

-จานต่อไปคือลาดหน้าผักกูด รสชาดเหมือนลาดหน้าทั่วไปแต่ใช้ผักกูดแทนคะน้า อร่อยไปอีกแบบ

43

-จานมีสีมากๆ หน่อย คือเส้นหมี่ลาดหน้าทะเลผักกูด  รสชาดก็คือสปาเก็ตตี้นั่นแหละครับ แต่ใช้เส้นหมี่สดแทน

44

-คุณกิตติ กรุณาถ่ายรุปที่โต๊ะอาหารร่วมกับเราไว้เป็นที่ระลึก  นี่ละ ครั้งหนึ่ง คนบ้าคาวบอย 3 คนได้มานั่งกินที่นี่ ท่านคงจดจำพวกเราไปอีกนาน ...

45

-เด็กเสิร์ฟที่ร้านนี้ ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนที่มาฝึกงานช่วงปิดเทอม  ถูก P_POP จับใส่หมวกคาวบอยถ่ายรูปตามระเบียบ

46

-แค่นั้นไม่พอ ยังขอถ่ายรูปคู่มาด้วย

47

-บรรยากาศน่านอนภายในร้านอาหาร เรือนผักกูด

48

ก่อนลาจากเรือนผักกูด ก็ปีนป่ายฝั่งลำธารลงไปถ่ายรูปข้างๆ เรือนอาหาร เพื่อให้ได้รูปเหมือนที่เห็นในแผ่นพับโฆษณารีสอร์ท

49

50

51

52

จากนั้นก็ขับรถเข้าเมืองนคร
-บนเส้นทาง แวะ "บ้านคีรีวง" สถานที่เคยเกิดแผ่นดินและซุงถล่มทับหมู่บ้านเมื่อสิบกว่าปีก่อน เพื่อดูผลงานของการลงโทษฐานตัดไม้ทำลายป่าของเจ้าแม่ธรรมชาติ

54

-บริเวณที่ เคยเต็มไปด้วยโคลนทรายเมื่อก่อนนี้ บัดนี้กลายเป็นร่องน้ำที่มีวิวภูเขาสวยอลังการอยู่เบื้องหลัง และถูกพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีอาคารปลูกไว้ให้เช่าทำร้านค้าอยู่ส่วนหนึ่ง

53

55

56

ใหนๆ ก็มาแล้ว เลยโพสต์ท่าถ่ายรูปกันหน่อย

57

58

-คาวบอย 1  ถามเส้นทาง

59

-วิวอีกมุมหนึ่ง

60

-แวะบ้านเพื่อนคาวบอย 1 ทักทายกันเล้กน้อย ทำให้ได้เห็นลักษณะบ้านของคนท้องถิ่นที่มีอาชีพทำสวน  ได้เห็นรสนิยมการเลี้ยงนกหลายชนิด ที่ไม่ค่อยพบกันมากนักในภาคอื่น
-เจ้า บ้านอัธยาศรัยไมตรีดีเยี่ยม  น่าชื่นชมที่เคยศึกษาในกรุงเทพจนจบปริญญาแล้วยังรักบ้านเกิดมากๆ กลับมาทำอาชีพสวนผลไม้ นี่คือคนประเภทที่เกิดที่ท้องที่ใด ก็ทำความเจริญให้ที่นั่น และเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนปรารถนาจะให้ลูกตนเองเป็นเช่นนี้

61

62

63

64

ได้เข้าเมืองนครเสียที....

เป็นเมืองค่อนข้างใหญ่ น่าจะพอๆ กับลำปาง

สภาพบ้านเมืองดูจากรูปครับ

มาถึงแล้ว ก็ต้องเข้าไปคาราวะเจ้าที่เจ้าทางตามระเบียบ

อันดับแรก พวกเราไปแถวๆ สถานีรถไฟ เพื่อไปร้าน "ศักดิ์คาวบอย" เลขาชมรมคาวบอย นครศรีธรรมราช

65

66

67

68

คาวบอย 1 เดินนำไปสู่ร้านศักดิ์คาวบอย  ผ่านร้านกาแฟเล็กๆ เห็นมีป้ายที่ทำการชมรมแขวนไว้ คงเป็นที่กินกาแฟของสมาชิกและใช้ทำการงานไปด้วย
-แล้วเราก็มาถึงร้านศักดิ์คาวบอย  มีป้ายเป็นที่ทำการอีกเหมือนกัน

69

70

71

72

-หน้าร้านศักดิ์คาวบอย

73

-รั่วไม้ที่เห็น น่าจะมีไว้เพื่อตกแต่งและให้ลูกค้าโพสต์ท่าถ่ายรูปไปด้วย เป็นไอเดียที่ดี ดูจากรูปเจ้าของร้านแต่งคาวบอยเต็มยศโพสต์ถ่ายที่รั้วนี้ก็แล้วกัน

74

-ภรรยา คุณศํกดิ์นำเครื่องดื่มมาแจกคนละแก้ว  ขอบคุณมากๆ อากาศวันนั้นร้อนสุดๆ คาวบอย 1 บ่นว่าหนังจะพองเอา  วันหลังต้องอย่าลืมใส่เสื้อแขนยาวนะครับ คาวบอยตัวจริงเขาไม่ใส่แขนสั้นกันหรอก ก็มันร้อนอย่างว่านะซี

75

-คุณศักดิ์ออกมาพบลูกค้า คนใส่เสื้อกล้ามขาวนั่นแหละครับ

76

บริเวณนั้นเป็นตลาดเสื้อผ้า คงมีทั้งมือสองมือหนึ่ง

ได้พบกับสมาชิกและที่ปรึกษาชมรมอีกหลายท่าน

77

78

79

80

คนเสื้อเขียวอ่อนเป็นที่ปรึกษาอดีตคืออาจารย์สอนหนังสือผู้หนึ่ง ขวามือที่นั่งกับท่านเป็นกรรมการชมรม คนผมยาวใส่แว่นเป็นนักร้องประจำชมรม  คืนนั้นได้ยินท่านร้องในงานแล้ว เยี่ยมจริงๆ คนฟังปรบมือโห่ร้องกันเต็มร้านอาหารคันทรีโฮม

-รู้ได้ไง  รู้ได้ก็เพราะมีรูปติดข้างผนังไว้นั่นไง  เป็นการบอกให้ทราบกันตรงๆ ว่านี่คือผู้บริหารชมรมคาวบอย ไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนเขินอายว่า ใผ เป็น ใผ เป็นการแอ่นอกรับผิดชอบภาระหน้าที่อย่างกล้าหาญ
-ซูมมาให้ดูกันเลยครับ ว่าหน้าตาของผู้บริหารชมรมทั้งหมดเป็นอย่างไร มีบางคนเป็นอินเดียนแดงด้วย

81

82Committee1s

83Committee2s

84Committee3s

ขอข้ามชอตไปเอารูปที่ถ่ายในงานมาให้ดูก่อน  บัตรประจำตัวผู้บริหารชมรมคาวบอยภาคใต้ครับ  ไม่ใช่แค่นครศรีธรรมราชเสียแล้ว  สมาชิกชมรมทุกคนก็ต้องมีบัตรเหมือนกัน

-ดูได้เลยว่า มีทั้งเลขที่ และชื่อจริง นามสกุลจริง ต่ำแหน่ง
-ที่ ชอบมากๆ ก็คือ เจตนารมย์ที่ประกาศไว้หลังบัตร "ชมรมคาวบอยภาคใต้ นครศรีธรรมราช จัดตั้งขึ้นเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างสมาชิกคาวบอยและช่วยเหลือสังคม"
เห็น แบบนี้ก็ทำให้ต้องถามใจตัวเองเหมือนกันว่า   พวกเราในเว็บคาวบอยไทย รู้จักกันแต่ฉายา ซึ่งเปรียบเหมือนมีหน้ากากสรวมไว้ชั้นหนึ่ง ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย พวกเรากลัวอะไรกับการประกาศชื่อจริงในเว็บคาวบอยไทย

85

86

คุณศักดิ์ยุ่งกับงาน ภรรยาของท่านจึงเป็นผู้ต้อนรับพวกเราอย่างดียิ่ง ทุกคนจึงต้องขอถ่ายรูปเอาไว้เป็นที่ระลึก

ดูการโพสต์ท่าและความน่ารักของคุณแม่และลูกๆ แล้ว บอกได้เลยว่า นางแบบงานคาวบอยในกรุงเทพที่ผมเคยเห็นมาหลายคน ชิดซ้ายไปเลย

87

88

89

90

ก่อนไปจากร้านนี้  คุณศักดิ์ได้ให้ผมดูรูปที่น่าสนใจหลายๆรูป รูปที่หลายท่านอาจไม่เคยเห็นและหาดูได้ยาก อยู่ข้างล่างนี้ครับ

รูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหมวกคาวบอย

รูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระแสงปืน

รูป ประบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ปืนจี้ล้อเล่นกับ Richard Boone ดาราหนังคาวบอยผู้โด่งดังคนหนึ่ง ซึ่งมีชีวิตระหว่างปี 1917-1981

รูป นี้ผมเอามาจาก Wikipedia เป็นของ Richard Boone จากหนังเรื่อง Have Gun - Will Travel เป็นหนังทีวีซีรี่ระหว่างปี  1957-1963 เพื่อให้ดูกันชัดๆ ว่า หน้าตาเขาเป็นอย่างไร

91

92

93

94

จากร้านคุณศักดิ์ เราไปศาลหลักเมือง เพื่อคาราวะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองที่คาวบอยเด็กดีต้องไม่พลาด
ที่แปลกใจก็คือ มีการนำรูปปั้นไก่ชนไปวางไว้ตามบันใดทุกด้าน ไม่ทราบว่ามีความหมายอย่างไร

95

96

97

98

จุดต่อไป จะเป็นที่ใดไม่ได้ นอกจาก วัดประศรีมหาธาตุ

ขึ้นไปไหว้พระพุทธบาทก่อนอื่น

99

100

101

-นี่คือรูปปั้นเรือสำเภาและพระแม่เจ้าเหมชาลา กับ พระทนทกุมาร จากเมืองทันทบุรี ประเทศอินเดีย ซึ่งอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาฝังไว้ ณ หาดทราบแก้ว คือบริเวณนี้ เมื่อปี พ.ศ. 854 ซึ่งภายหลังได้สร้างเจดีย์ขึ้นบรรจุพระบรมสารีริกธาตุให้เราได้บูชากันจนถึง ทุกวันนี้index_046

index_032

-รูปพระสีทองนี้ คืออนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ซึ่งมีความเชื่ออีกแนวหนึ่งว่า พระองค์ทรงบวชเป็นพระภิกษุและสวรรคต ณ วัดนี้ หาได้ถูกสำเร็จโทษจนสิ้นพระชนม์ไม่

102

index_017

เป็นคาวบอยไทย ก็ต้องขึ้นไปกราบไหว้พระบรมธาตุให้ได้

ทางเดินขึ้นไปยังพระ ธาตุ  ผ่านองค์จตุคาม รามเทพ ที่โด่งดังเมื่อไม่นานมานี้

index_059

index_054

index_038

index_023

ดูรูปองค์จตุคาม รามเทพ ของจริงให้ชัดๆ ได้เลย

รูป ครุฑที่สวยงามและน่าเกรงขามยิ่งทั้งสอง

index_005index_036index_020index_024

 

ก่อนจบทัวร์ที่วัดนี้  ไปดูของกินที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นกันหน่อย

-มังคุดคัด  ถ้าจำไม่ผิดถ้าผิดแก้ให้ด้วยครับ  หากินได้ยาก ทำยาก เพราะเป็นมังคุดอ่อน กรอบ มีรสหวานอมเปรี้ยว อร่อยมาก

index_006

-ไปดูเขาทำขนมลา เขาว่าที่ทำเป็นเส้นเล็กๆ เพราะตั้งใจให้ซื้อไปทำบุญกรวดน้ำส่งไปให้ญาติๆ หรือใครที่อาจบังเอิญไปเกิดเป็นเปรต รูคอเล็กเท่ารูเข็ม กินอาหารทั่วไปไม่ได้ จึงต้องทำขนมให้มีเส้นเล็กๆ แบบขนมลา จึงจะกินได้  ผู้เล่าคือ คาวบอยหนึ่ง ซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องตำนานต่างๆ อย่างน่าประหลาด ผมได้ความรู้เรื่องราวตำนานต่างๆ จากแกมากมาย

index_047


-แม่ค้า คนทำขนมหน้าตาแบบนี้ ทำให้คนที่ผ่านไปมาอดซื้อไม่ได้จริงๆ

index_030

index_033

ากนั้น เราไปกินข้าวที่บ้านคาวบอยหนึ่ง อาบน้ำนอนพักกันได้สัก 2 ชั่วโมง ก็ได้เวลาไปงานคาวบอยการกุศลแล้วครับ

-บริเวณ หน้างาน

index_013

-โต๊ะลงทะเบียน ภรรยาคุณศักดิ์ (เสื้อดำผ้าพันคอแดง) คุมลูกน้องขายบัตร ใบละ 300 บาท และรับลงทะเบียน

index_027

index_055index_039
-คุณ sit(หมวกหนัง) คุณศักดิ์(หมวกสีกากีเสื้อลายแดงดำขาว) ง่วนอยู่กับการต้อนรับแขกที่มา

index_010

-คาวบอยหนึ่ง ถือถุงสติกเกอร์ประมาณ 100 อัน ไปแจกคาวบอยในงาน
index_052

-คุณ sit กับคาวบอยหนึ่ง เพิ่งพบกันครั้งแรก แต่คุยกันเหมือนรู้จักกันมาแรมปี

index_042

-เจอ เพื่อนคุยถูกใจ

index_009

-โต๊ะบุฟเฟ่ รอคนมาตักอาหาร


index_051

-บรรยากาศในงานหลังตักอาหารกันแล้ว

index_045

-มี โต๊ะอาจารย์โรงเรียนฝรั่งของจังหวัดอยู่ด้วย
index_031

-P_POP พยายามจีบอาจารย์ฝรั่ง

index_015

ประธานเปิดงานแล้วครับ ขึ้นเวทีพร้อมภรรยาและลูก เหมือนประธานาธิบดีสหรัฐขึ้นกล่าวคำปฎิญาณเข้ารับตำแหน่งเลย

index_057index_029index_012

โต๊ะของกรรมการชมรม แต่ละคนแต่งตัวเท่ห์มาก บางท่านผมพบตอนกลางวันที่ร้านคุณศักดิ์

index_016

-เจอคาวบอยจากกระบี่ เคยเข้ามาอ่านเว็บ www.cowboythai.com บางท่านและจำรูปพวกเราได้ คนใส่เสื้อแดงครับ เลยพาไปที่โต๊ะ

index_058

-ท่าน นี้มาจากพัทลุง พร้อมลูก เคยเข้าเว็บคาวบอยไทยเหมือนกัน เลยเข้ามาทักและได้สติ๊กเกอร์ไปด้วย

index_043

-สังเกตุคาวบอยใต้ส่วนใหญ่ ที่แต่งคาวบอยแบบครบเครื่อง จะใส่แชปด้วยทุกคนindex_028index_022

ถ่ายรูปร่วมกับคาวบอยที่แม้ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ก็เหมือนคุ้นเคย
index_004

-ถ่ายรูปกับกรรมการชมรมคาวบอยภาคใต้
index_048

index_044

-ได้รับเกียรติพาไปถ่ายรูป กับประธานจัดงานด้วยครับ   ขอบคุณยิ่งเลยครับ

index_002

บรรยากาศในงานเมื่อการกิน การเต้น เริ่มขึ้น

indexindex_018index_040index_034

ดึกหน่อย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชก็มาร่วมงาน

index_049index_025index_007index_021

รูปข้างล่างถ่ายโดย P_POP ได้มุมสวยกว่ากล้องผมเยอะเลย

index_003index_008index_050index_035

ภาพสวยๆ จากกล้อง P_POP

index_019index_014index_056index_041

คาวบอยมโนราห์

งานนี้มีคนดังระดับโลกคนหนึ่ง (จากรายการทีวีและข่าวหนังสือพิมพ์) คือคนใช้มือปิดปากทำเสียงอินเดียนแดง ผมให้ชื่อว่า คาวบอย มโนราห์เพราะท่านคือครูฝึกเด็กให้รำมโนราห์ตั้งแต่ตัวเล็กๆ จนตัวอ่อนสามารถขดตัวอยู่บนถาดได้ ชื่อของท่านคือ อาจารย์ อนุวัชร์ เทพรัตน์ เพิ่งรู้ว่า นอกจากชอบรำมโนราห์แล้ว ท่านยังชอบคาวบอยและมอเตอร์ไซอีกด้วย คืนนี้ดูท่านสนุกเต็มที่เลย

index_026index_053

นี่คือรถบิ๊กไบค์คันใหม่ของท่าน ภูมิใจโชว์เต็มที่

index_037
 

คาวบอยมโนราห์กำลังส่งภาษามือสากลให้ท่านครับ (แปลว่า I love you)index_011

ขอแนะนำคาวบอยมโนราห์ท่านนี้สักเล็กน้อยครับ

  อ.อนุวัชร์ เทพรัตน์  เป็นผู้ฝึกสอนเด็กยากจนประมาณ 200 คน ให้รู้จักรำมโนราห์ตัวอ่อน สามารถขดตัวอยู่บนถาดได้ ซึ่งเคยมีผู้นำไปออกรายการทีวีมาหลายแห่งเมื่อหลายปีก่อน
-อาชีพหลักของ ท่านคือพนักงานธนาคารออมสิน  หน้าที่เร่งรัดหนี้สิน  และมีร้านตัดขนสุนักข์ให้ภรรยาดูแล ท่านเพิ่งซื้อ Steed Honda มาในราคา 1.6 แสน จึงต้องโชว์หน่อย และก็ติดสติกเกอร์คาวบอยไทยเข้าให้แล้ว
-ดูรูปผล งานฝึกมโนราห์ของท่านที่ลงตามเว็บไซต์หลายแห่งแล้วคงเซอร์ไพร้นะครับ  "คาวบอยมโนราห์"  มีที่เดียวในโลก  นับว่าเป็นตัวอย่างของวิถีชีวิตคาวบอยที่น่าชื่นชมมากๆ  หาได้ยากจริงๆ  ทราบมาว่า ท่านกำลังจะหาทางลงกินเนสบุคให้ได้สักวัน ขอเอาใจช่วยครับ

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__023CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__013

ตอนนี้ผมกำลังออกแอกชั่นกับเขาบ้าง

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__037CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__038

มาดูบรรยากาศตอนสนุกสนานในงานกันต่อครับ

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__001CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__028CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__012CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__022CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__015CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__029CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__018CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__010

บนเวทีก็มีการประกวดคาวบอย การแสดงควงปืน และบ่วงบาศ สลับเพลงเป็นระยะ

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__007CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__008CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__034CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__014

ก่อนจากกัน ก็มีการเรียงแถวถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกตามธรรมเนียม

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__032CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__021CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__017CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__003CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__009CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__036CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__026CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__006

P_POP รู้สึกว่า POP จริงๆ งานนี้ ทำให้คาวบอย อด อิจฉาแบบลูกผู้ชายไม่ได้

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__030

 

-ความใจกว้าง ใจถึง และเป็นกันเองของคาวเกิร์ลชาวใต้ เห็นกันจะๆ ในงานนี้เลย ประทับใจจริงๆ

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__019

-มี การท้าทายให้อุ้ม P_POP พยายามโชว์พลัง ....คนแรกผ่าน  เพราะตัวเล็ก

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__040

แต่พอเจอคนเสื้อแดงคนนี้ละครับ    P_POP ถึงกับทรุดนั่งกับพื้น   ยกยังไงก็ยกไม่ขึ้น  กิ๊วๆ  สะใจจริงๆ  เกิดมาตัวเล็กกว่าผู้หญิงนี่นา  ช่วยไม่ได้

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__027

ร้อนถึงหนุ่มคาวบอยที่มาด้วยต้องออกมาสาธิต ให้ดู  ว่า ถ้าฟิตจริงต้องได้อย่างนี้สิน่า (เสียดาย กล้องผมถ่านหมดซะก่อน)

หนุ่มใต้ดูรูปนี้แล้วอย่าคิดมากนะครับ คืนนั้นสนุก เป็นกันเอง เล่นกันเหมือนพี่น้องชาวตะวันตกจริงๆ (ถ้าชักหงุดหงิด  ลองไปหาหนัง Stay Away, Joe ของ Elvis Presley มาดู จะได้เห็นว่า คาวบอยคาวเกิร์ลเขาสนุกกันยังไง ...)

ว่าจะจบแล้วนะ แต่มีเกล็ดเล็กน้อยที่ผมประทับใจส่วนตัว อยากต่อให้มันสมบูรณ์กับทริปเผยแพร่เว็บ  www.cowboythai.com ครั้งนี้ว่า มีอะไรที่ออกจะพิเศษอยู่บ้าง

-แน่นอนครับ สติกเกอร์ และการเชิญชวนมาเป็นสมาชิกเว็บนี้ เจอใครที่คุยกันถูกคอ ก็แจกทั้งนั้น

-รูป แรกข้างล่าง คาวบอยท่านนี้เป็นสมาชิกคาวบอยนครศรีธรรมราช  ถือได้ว่าเป็นคาวบอยด้วยใจเด็มร้อยจริงๆ ผมขอคาราวะทั้งๆ ที่ท่านคงอายุน้อยกว่าผม เนื่องจากท่านไม่อายที่จะเล่าให้ใครๆ ฟังว่า ท่านประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ แขนและขาซีกซ้ายแทบใช้งานไม่ได้ แต่ท่านรักความเป็นคาวบอยมาก จึงแต่งคาวบอยทุกวัน  หัดควงปืนและเชือกด้วยมือข้างเดียว  และท่านก็เข้าประกวดคาวบอยในคืนนั้นด้วยCowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__031


-คุณ William คาวบอยจากพัทลุง อุตสาหอบลูกมางานด้วย และเข้ามาทักทายพวกเราเนื่องจากเคยเข้าเว็บมาก่อน ใจคาวบอยจริงๆ  หวังว่าคงได้พบกันอีกสักวันข้างหน้า

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__020

-คาวเกิร์ล เยอรมัน จากเมืองมิวนิค ชอบเมืองไทยมาก โดยเฉพาะแถวนคร มีเพื่อนหญิงอยู่ที่นี่ ปีหนึ่งๆ จะมาพักที่นี่หลายเดือน
CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__011

-คาวเกิร์ ลท่านนี้เป็นนักธุรกิจผลิตสินค้าหลายชนิดส่งออก แต่เวลาสนุกสนาน เป็นกันเองกับทุกคนอย่างน่าประทับใจ

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__039

รถคันนี้  จอดอยู่หน้างาน โดดเด่นมาก  พวกเราไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ แต่ก็แอบถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__035

-ใน ตอนเช้าที่ขับรถกลับ กทม. ก็พบคันนี้แซงเราอยู่บนถนน  คาวบอยหนึ่ง รีบจี้ตาม และขอให้จอดรถเพื่อทักทายกัน(แบบคาวบอย   )

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__025
-เปิดประตูออกมา เป็นคาวบอยหล่อวัยรุ่นพร้อมแฟนสาวสวย  เมื่อคืนทั้งคู่ไปงานเดียวกับเราจริงๆ  แทนที่เขาจะโกรธที่ขับจึ้รถเขาและเรียกจอดอย่างกับเราเป็นตำรวจจราจร  แต่กลับได้คุยกันด้วยอัธยาศรัยอันดี และแน่นอน แจกสติกเกอร์ให้เขาไปด้วยและขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__016

นี่แหละครับ คนคอเดียวกัน ได้ไมตรีจิตทุกที่ ·ไม่งั้นอาจเป็นเรื่องไปแล้ว อยู่ๆ ไปโบกรถเรียกเขามาคุย

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__002

นี่ครับ คาวบอยหนุ่มสาวและรถสวย (มีหมวกคาวบอย 2 ใบอยู่ในรถ คาวบอยหนึ่งบอก) ทราบมาว่า เพิ่งซื้อมาด้วยราคา 6.5 แสน

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__004CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__005CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__033CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-5__024

งานนี้ต้องขอบคุณ COWBOY1 อย่างสุดใจ ที่เป็นผู้จัดการทุกอย่าง รวมทั้งขับรถเองทั้งไปและกลับ
โดยส่วนตัวแล้ว ประทับใจในความเป็น "เด็กดี" ของ COWBOY1 มาก เป็นเด็กดีของพ่อแม่และยาย  ที่หาได้ไม่ง่ายนักในปัจจุบัน

ขอ เพิ่มเติมรูปอีกนิดครับ
-อาหารปักษ์ใต้แท้ ที่เพิ้งเคยได้กิน  แกงเหลือง และผัดเส้นเล็กใส่ปู  อร่อยมาก  เป็นอาหารฝีมือคุณแม่ของคาวบอยหนึ่ง ซึ่งท่านรับทำอาหารในงานเลี้ยงต่างๆ ด้วย ถือได้ว่าฝีมือกุ๊กระดับอาชีพแล้ว  ต้องขอขอบพระคุณอย่างยิ่งครับ สำหรับอาหาร 2 มื้อที่เตรียมไว้ให้พวกเรา มื้อแรก ประมาณ 5 ทุ่มแล้วครับ
-ประทับ ใจใจตัวคุณยายของคาวบอยหนึ่ง ซึ่งอายุ 92 ปีแล้ว(ถ้าจำไม่ผิด) แต่ท่านยังแข็งแรงเดินได้สะดวก ความทรงจำและการตอบสนองและพูดจายังดีเยี่ยม  ถือว่ามีบุญจริงๆ ครับ ที่อายุยืนยาวขนาดนี้แล้วสุขภาพยังดีได้ขนาดนี้ หากพวกเราใครอยู่ได้ถึงอายุเท่านี้แล้วแต่งคาวบอยได้ ก็คงถือว่าสุดยอดคาวบอยได้เลยครับ

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-9__007CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-9__023CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-9__015CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-9__017

รูปก่อนเดินทางออกจากบ้าน COwboy1

-ถ่าย รูปกันไว้เป็นที่ระลึก ร่ำลาคุณยาย

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-9__008CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-9__027

ยายกับหลาน และเต่าที่เข้ามาในลานบ้าน จะเอาไปปล่อยที่วัด(รูปจากกล้อง Cowboy1)

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-8__009

-นำเต่าไปปล่อยในสระน้ำของวัดข้างบ้านที่เคยบวชเรียนมาก่อน ได้ทักทายหลวงพี่หลวงน้องที่เคยรู้จักกัน ย่อมเป็นส่วนช่วยสำคัญในการสร้างอำนาจศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองการเดินทางของ พวกเราให้ไปได้ตลอดปลอดภัย· นี่คือเคล็ดลับของคาวบอยไทยเท่านั้นครับ· ใครจะจำไปใช้ก็ไม่สงวยลิขสิทธิ์ (ถ้าใครเคยขึ้นเครื่องบินโดยสารของประเทศมุสลิม คงเคยเห็นว่า ก่อนขึ้นบิน นักบินจะทำละหมาดตรงประตูเครื่องบินให้เห็นกันจะๆ เลย คงเป็นธรรมเนียมและเรียกขวัญกำลังใจด้วยกระมัง ผมเห็นคาวบอยหนึ่งยกมือบริกรรมแล้ว· นึกถึงภาพนักบินมุสลิมเลยทันที)

-ก่อนเดินทางก็มีการสวดมนต์ขอพรให้ เดินทางโดยสวัสดิภาพ· นี่คือคาวบอยไทยจริงๆ ที่บวชเรียนแล้ว บ่งบอกให้รู้ถึงศรัทธาในศาสนาที่มีอยู่ว่าเป็นอย่างไร

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-9__018

ปล่อยเต่าลงสระในวัดหน้าบ้านCowboyCharityNakornsrithammarach_2552-9__020

ตามด้วยภาพ candid คาวบอยเริงร่าริมทะเลในวันที่คลื่นและลมค่อนข้างแรง  หมวกต้องเก็บ ไม่งั้นปลิวหายไปกับสายลมแน่ๆ  ของผมเคยปลิวกลางถนนตอนแวะถ่ายรูปกับหนุ่มรถ CHEVROLET วิ่งตามไม่ทันต้องปล่อยให้มันไปหยุดเองแล้วไปตามเก็บ เกือบโดนรถที่วิ่งไปมาเหยียบแบนไปแล้ว

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-9__013CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-9__004

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-9__026

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-9__011

 

ขอตามด้วยภาพของฝากจากนคร

เป็นธรรมดาของ การท่องเที่ยว  หากไปที่ใด เราย่อมต้องการสิ่งของที่ระลึกที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นติดตัวกลับบ้าน สักชิ้นสองชิ้น

ผมทราบจาก COWBOY1 ว่า  นครศรีธรรมราชมีชื่อเรื่องเครื่องถม และขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมลา  ไหนเลยจะกลับบ้านมือเปล่า

-เครื่องถมเงินขนาดเล็ก มีความหมาย และสามารถเก็บไว้เป็นที่ระลึกติดตัวไปได้ทุกที่ คงไม่มีอะไรดีกว่า แหวนนะโม เพราะความหมายทางจิตใจและศาสนาก็ดีเยี่ยม และผมก็อยากจะดูความแตกต่างของแหวนนะโมทางเหนือ ที่ผมเช่ามาจากวัดพระธาตุดอยสุเทพว่า แตกต่างจากของทางใต้อย่างไร  ดูภาพแหวนสองวงนี้ได้เลยครับ เป็นแหวนที่ทำในนครศรีธรรมราช ของร้านเพ็ญแข(คนขายสวยนะ จะบอกให้)  ตัวอักษรตรงหัวแหวนนั้น ผมไม่ทราบว่าเป็นภาษาอะไร อ่านว่าอย่างไร  ตอนแรกดูเผินๆ คล้ายกับตัว "นะ" ซึ่งเป็นอักษรล้านนาทางบ้านผม ซึ่งก็หมายถึงเป็นตัวย่อของคำว่า นะโม นั่นแหละครับ แต่พอดูๆ แล้ว ไม่ใช่ ใครรู้ก็บอกด้วยละกันCowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__023CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__020

-เอารูป แหวนนะโม ของวัดพระธาตุดอยสุเทพที่ผมใส่อยู่ประจำมาเที่ยบให้ดูกันเลย จะเห็นว่า ของเขาเขียนเต็มๆ ว่า "นะโม" เป็นภาษาพื้นเมืองเต็มๆ เลย โดยสะกดคล้ายอย่างนี้ "นเมา" ตัวอักษรแรกคือตัว นะ ที่ว่านั่นแหละ ภาษาลานนาสะกดโม เป็น "เมา"  นะครับ แต่เขาอ่านโม ไม่ใช้ เมา  แต่ใครอ่าน เป็น เมา ก็เข้าทางคุณ kampa เขาเลย คือ "เมานะ"   หรือ "มะ มะ มา เมา ดีกว่า"

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__012

ที่ผมตัดสินใจเลือกแหวนนะโม นี่  นับว่าตัดสินใจถูกจริงๆ เพราะผมไปค้นเจอในภายหลัง ว่าหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมโม  ได้กล่าวถึงแหวนนะโมไว้ตอนหนึ่ง ดังนี้

เรื่องของบุญบารมี
โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์
(หลวง พ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)

-------------
อาตมาเคยถาม ชาวนครฯ ว่าอะไรเป็นสัญลักษณ์ของ นครฯ
พากันตอบว่าวัดมหาธาตุ ตอบผิดกันหมด
ต้อง ตอบว่าแหวนนะโม
เพราะคน นครฯ กลายเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน จึงมีแหวนนะโม
นะ โม เป็นหัวใจของ นครฯ ใครไม่มีแหวนนะโม คนนั้นไม่ใช่คนนครฯ
พระเจ้ากรุง สุโขทัย จึงได้นิมนต์พระสององค์นี้ขึ้นเมืองสุโขทัย
พระสถูป เจดีย์ มีรูปร่างคล้ายของศรีลังกา
พระราชาทรงผนวช บวชในพระพุทธศาสนา
หา ธรรมะมาปกครองบ้านเมือง คือ เมตตานั่นเอง
-------------------------

ได้แหวน นะโม มาสองวงแล้ว ตอนหลังเดินผ่านซุ้มของทางวัด ก็เห็นแหวนนะโมของทางวัด· รุ่นสมโภชพระบรมธาตุ สร้างเมื่อปี 2539 ก็เลยได้มาอีกวงหนึ่ง ดูรายละเอียดก็แล้วกัน จะเห็นว่า ลายสวย ชัดเจนมาก ตัวอักขระที่แหวนไม่เหมือนที่ซื้อตอนแรก ไม่ทราบว่ามีความหมายอย่างไร ต่างกันอย่างไร

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__007CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__006_copyCowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__001CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__014

ของฝากอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรลืมสำหรับคนไปเที่ยวปักษใต้ยุคนี้

คง เคยได้ยินข่าว "ลูกปัดสุริยะเทพ" กันแล้วนะครับ ตอนนี้เขามีสินบนสำหรับคนที่ทราบเบาะแสให้ตามเอาชิ้นที่ถูกขโมยไปคืนมาได้ 5 หมื่นบาท  และได้มีการพิสูจน์แล้วว่า ลูกปัดนี้ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงมากในการผลิตเมื่อ 2 พันปีมาแล้ว  กำลังเป็นลูกปัดฮิทโด่งดังมากของโลกในขณะนี้

ผมอยากจะได้ลูกหลานของ ลูกปัดสุริยะเทพมาเก็บไว้บ้างเหมือนกัน ตอนแรกคิดว่า น่าจะมีคนทำจำลองออกมาขายแถววัดพระธาตุแล้วนะ แต่เดินไปถามร้านแถวนั้นแล้ว ปรากฎว่ายังไม่มีใครทำออกมาเลย

ผมเปลี่ยนใจ งั้นเอาลูกปัดอะไรก็ได้ แถวคลองท่อมหรือแถวๆ นั้น ที่เป็นของเก่าหน่อย เจอของคลองท่อมเหมือน กัน แต่สู้ราคาไม่ไหวครับ ก็เลยเอาที่พอสู้ได้มาสองเส้น เป็นลูกปัดที่ทำแถวๆ สุราษฯ เขาว่างั้น  อายุราว 300 - 400 ปี

ดู รุปก็แล้วกันครับ ว่าเป็นอย่างไร  จะเป็นของจริง ของทำเทียมเลียนแบบ หรือปนๆ กัน มีของจริงสัก 2-3 เม็ด  ผมไม่เก็บมาคิดแล้วครับ ดูจากรูปร่างและสีถือว่าใช้ได้ก็พอแล้ว อย่างน้อยก็เป็นที่ระลึกว่า ครั้งหนึ่ง เราได้มาซื้อลูกปัดโบราณแถวตลาดวัดพระธาตุเมืองนครฯ

-รูปสองรูปต่อไปนี้ คือรูปลูกปัดสุริยะเทพ ที่เขากำลังพลิกแผ่นดินหากันอยู่  มันหายไปจากพิพิธภัณฑ์และตู้เซฟของวัดเรียบวุธเลย ราคาตอนนี้ในตลาดสะสมลูกปัดต่างประเทศ น่าจะ 10 ล้านได้ละมั้ง

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__003

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__015

-ลูกปัด คลองท่อม ลงในมติชน  ที่วัดมหาธาต เขาเอามาให้ดู เส้นละประมาณ 6000 บาท

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__019
-ลูกปัดสุราษฎ์ที่ผมซื้อมา

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__011

นอกจากนั้น ถ้าใครไปวัดพระธาตุ ก็ไม่ควรจะลืมหาเช่าพระพุทธสิหิงค์มาไว้ด้วย  ซึ่งก็ยังเป็นเรื่องถกเถียงกันอยู่ว่า มีสององค์จริงหรือไม่ เพราะที่เชียงใหม่ก็มีเหมือนกัน ยังไงก็มีไว้ทั้งสองแหละดี

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__008CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__002CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__002CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__013

ทีนี้ก็ขนมคู่บ้านคุ่เมืองละครับ

ขนมลาที่ ผมซื้อ ก็จากร้านที่เห็นแม่ค้าคนสวยทำนั่นแหละครับ ซื้อให้ครบทุกรูปแบบที่เขามีนั่นแหละ เพื่อจะได้รู้ว่ามันต่างกันอย่างไร  เป็นม้วนยาวๆ แบบทองม้วน เป็นก้อนกลมคล้ายๆ ขนมรังนก และที่แปลกกว่าเพื่อน คือแบบนิ่มๆ ผืนใหญ่เหมือนผ้าพับๆ ไว้ มีหลายรสอย่างที่เขาบอกไว้

โดยส่วนตัว แบบม้วนและแบบก้อนๆ นั้น รสชาดไม่แปลกจากทองม้วนเท่าใด   แต่แบบนิ่มพับมาเหมือนผ้าไหมนี้สิ  โดดเด่นมาก

ผมลองฉีก กินทีละนิด รู้สึกว่ามันเหนียวมาก ใส่ปากแล้วเหมือนกำลังจะกินผ้าไหมเลย แต่พอถูกน้ำลายแล้วจะนิ่มและอร่อยอย่างประหลาด เวลาอยากกินมากๆ พยายามหยิบหลายๆ ชั้นมาฉีก ไม่ง่ายครับ เหนียวเหมือนผ้าเลย  ผมจึงต้องไปหากรรไกมาตัดเป็นชินเล็กๆ  ใส่จาน และคิดว่า แบบนี้กินกับกาแฟน่าจะเข้าท่า

ลองดูแล้ว  อร่อยสุดยอดเลยครับ สู้คุกกี้ราคาแพงของฝรั่งได้สะบายมาก  แต่ลักษณะเป็นเส้นของมัน ทำให้ได้รสชาดที่แปลกหาขนมอย่างอื่นเทียบได้ยาก ที่เห็นในรูปนี่ กาแฟเขาทะลุของปักษ์ใต้ด้วยนะ

ผมว่านี่แหละ อาหารว่างสุดยอดของทางใต้ น่าจะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น เช่น ตัดเป็นแผ่นรูปดอกไม้ รูปดาวนายอำเภอ  ปรุงรถเพิ่ม เช่น รสกาแฟ โรยถั่ว งา เม็ดมะม่วงหิมพาน จัด packaging ให้ดี จะเป็นเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้ในโลกเลยก็ว่าได้   ขนมที่มีลักษณะเหมือนผ้าไหม  นิ่ม มัน อร่อย กินกับกาแฟ  เรียกชื่อเสียใหม่ว่า La Silk Cookies

แหม นี่  ถ้าผมมีเงิน จะลองตั้งร้านหรูๆ สักร้าน ขายกาแฟสดเขาทะลุ คู่กับขนมลาเมืองนคร  ให้เป็นเอกลักษณ์ของปักษ์ใต้  น่าจะเป็นสิ่งแปลกใหม่ ที่ unseen Thhailand จะต้องเอาไปตีพิมพ์แน่ๆ

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__010CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__005CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__022CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__016

บนเส้นทางกลับ แถวชุมพร ก็ได้ทราบจากคุณ COWBOY1 ว่า มีกาแฟดังชื่อ กาแฟเขาทะลุ และ กล้วยเล็บมือนาง

ก็ต้องแวะซื้อติด มือมาด้วยเหมือนกัน  ใครชอบกาแฟแบบ 3 in 1 คงไม่ผิดหวัง เป็นกาแฟที่รสชาดดีของไทยอีกที่หนึ่ง เสียดายเขาไม่มีบดขาย หรือขายแบบคั่วเป็นเม็ดให้ไปบดเอง ผมก็เลยได้แต่แบบ 3 in 1

CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__004CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__021CowboyCharityNakornsrithammarach_2552-10__009

กล้วย เล็บมือนางก็อร่อย หวานมาก  ผ่านตรงนี้แล้วนึกถึงกำแพงเพชร เพราะที่นั่นขายกล้วยไข่และอยู่บนเส้นทางไปเหนือ  แปลกดีนะ เส้นทางสายใต้กับสายเหนือ มีกล้วยดังคนละแบบ

วิวของที่นี่สวยกว่ามาก  นับว่าเป็นเส้นทางที่น่าขับรถท่องเที่ยวแบบสะบายๆ ไม่รีบร้อนอีกเส้นทางหนึ่ง ใครไม่เคยไป ก็ควรหาโอกาสไปให้ได้สักครั้งในชีวิตนะครับ จะไม่ผิดหวังเลย

 

Cowboy Life & Songs ยินดีต้อนรับ

NWRavatar_3Howdy!

Welcome to Cowboy Life & Songs website. We created this website to be a place for sharing of information and knowledges about old and new western life styles, philosophies, and experiences. We welcome Thais and international friends. Please enjoy your visit.

wayne300

ยินดีต้อนรับสู่ Cowboy Life and Songs, เราสร้างเว็บนี้เพื่อให้เป็นที่เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรม ความคิดเห็น ปรัชญาชีวิต และประสบการณ์ ที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตแบบคาวบอยตะวันตก หรือวิถึชีวิตยุคปัจจุบันที่คล้ายกับยุคตะวันตก เพื่อให้ง่ายต่อการการอ่านและค้นหาเนื้อหาสาระ โดยใช้ระบบ Content Management System หรือ CMS ที่แตกต่างจากระบบ Webboard ทั่วไป

เราอยากให้เว็บนี้เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับผู้รักวิถีชีวิตที่ตื่นเต้นผจญภัยแบบตะวันตก ยุคที่คาวบอย อินเดียนแดงยังใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ พึ่งพาตนเองด้วยการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ เพื่อช่วยให้คนทั่วไปได้รู้จักกับวิถีชีวิตแบบพอเพียงที่เคยมีมาแล้วในอดีต เรียนรู้ความผิดพลาดที่ความบ้าคลั่งในผลผลิตเกินพอ ได้ทำให้สังคมตะวันตกในอเมริกา กลายเป็นระบบอุตสาหกรรมที่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับยุคอุตสาหกรรมข่าวสารในปัจจุบัน เป็นการช่วยรักษาโลกนี้ให้ยั่งยืน โดยไม่เน้นแค่ผลผลิตและเงินตราว่าเป็นสิ่งวัดคุณค่าของมนุษย์มากจนลืมอนุรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม

เว็บไซต์นี้มีระบบการทำงานหลักอยู่ 2 ส่วนคือ บทความ และ กระดานข่าว (Cowboy Forum) ส่วนบทความมีไว้เพื่อให้สมาชิกได้เขียนบทความที่เป็นสาระประโยชน์ค่อนข้างยาว โดยจะมีพื้นที่ให้ผู้อ่านเขียนแสดงความคิดเห็นไว้ตอนท้าย มีระบบบรรณาธิการคอยตรวจสอบบทความก่อนขึ้นเว็บเหมือนหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ส่วนกระดานข่าว มีไว้เพื่อให้สมาชิกได้ตั้งกระทู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างอิสระ แต่โปรดระวังให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย พ.ร.บ. ข่าวสารข้อมูลและคอมพิวเตอร์ 2550 ซึ่งสรุปได้ง่ายๆ คือ ต้องไม่ให้ร้ายป้ายสี ดูหมิ่น ทำให้ผู้อื่นเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อม

เนื้อหาในเว็บนี้ ส่วนหนึ่งคือกระทู้ที่ผมเขียนไว้ที่ www.cowboythai.com  ซึ่งบางกระทู้สูญหายไป ที่เหลือก็กระจายอยู่ในหลายบอร์ด บอร์ดเก่าปิดไม่ให้เข้าไปปรับปรุงแก้ไข(แยกเป็น 4 บอร์ดแล้วในขณะนี้) ซึ่งคงเป็นเพราะทางเว็บเน้นเรื่องการเป็นศูนย์กลางของการพบปะสังสรรค์ของชุมชนมากกว่า และก็เป็นจุดเด่นของเว็บนั้นจนทำให้เราได้รู้จักกันมากมายทั่วประเทศ  แต่ระบบเว็บบอร์ดแบบนั้น ไม่เหมาะในการเก็บรักษาบทความที่มีเนื้อหาสาระยาวๆ ที่ต้องการให้ถูกต้องแม่นยำ  ผมจึงต้องทำเว็บนี้ขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง หวังเพื่อช่วยเสริมในส่วนที่ขาดไปและเป็นการแยกบทความยาวๆ ไม่ให้ไปรบกวนผู้ที่ไม่ชอบอ่าน  

เหนืออื่นใดก็คือ ต้องการรวบรวมบทความด้านนี้ไว้ให้ง่ายแก่การค้นหา และทำการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ถูกต้องและมีเนื้อหามากขึ้น ตามข้อมูลที่ถูกค้นพบเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ไม่ใช่บทความแบบ static คือเขียนครั้งเดียวได้แค่ไนก็แค่นั้นแบบในหนังสือกระดาษที่ล้าสมัยไปแล้ว ผมต้องการให้เหมือนกับเป็นพจนานุกรม วิกกี้พิเดียภาษาไทย ทางด้านนี้ 

อย่างไรก็ตาม เราขอเชิญทุกท่านที่สนใจในแนวเดียวกัน มาช่วยกันเขียนบทความ  เขียนวิจารณ์แสดงความคิดเห็น   เพื่อช่วยกันเผยแพร่และรักษาไว้ซึ่งวิถีชิวิตที่เป็นความฝันของเรา ไม่ว่ามันจะเป็นจริงได้หรือไม่ก็ตาม  โดยท่านที่มี e-mail สามารถลงทะเบียนเป็นสมาชิกได้เลย ซึ่งท่านจะได้สิทธิเป็น "นักเขียน" ในขั้นต้นสำหรับบทความก่อน และจะมีบรรณาธิการช่วยตรวจสอบ และนำขึ้นตีพิมพ์ในเวลาไม่นาน  ส่วนกระดานข่าว สิ่งที่ท่านเขียน จะถูกตีพิมพ์ขึ้นเว็บทันทีเหมือนเว็บบอร์ดทั่วไป

เหตุจูงใจให้ผมชอบคาวบอยและอินเดียนแดง
คาวบอย และอินเดียนแดงในอดีต เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก เพราะเขามีจิตสำนึกและหลักธรรมนำชีวิตที่ดี จนมีคนรวบรวมไว้เป็นบัญญัติ 10 ประการของอินเดียนและคาวบอย ดังนี้

10Commandments

บัญญัติ 10 ประการของอินเดียนแดง
  1. จงปฎิบัติต่อโลกและทุกสิ่งที่อยู่บนโลกด้วยความเคารพ
  2. จงใกล้ชิดวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ตลอดเวลา(เทียบเท่ากับ พระเจ้า ของชนอเมริกัน พื้นเมือง)
  3. ให้ความเคารพสูงสุดต่อสิ่งมีชีวิตร่วมโลก 
  4. ร่วมกันทำงาน เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติโดยรวม
  5. ให้ความช่วยเหลือและเมตตาในทุกแห่งที่มีผู้ต้องการ
  6. ทำในสิ่งที่คุณรู้ว่าถูกต้อง
  7. ดูแลจิตใจและร่างกายให้ดีเสมอ
  8. อุทิศแบ่งปันความพยายาม เพื่อสิ่งที่ดีกว่า  
  9. จงจริงใจและซื่อสัตย์ตลอดเวลา
  10. รับผิดชอบการกระทำของตัวเองทุกประการ
บัญญัติ 10 ประการของคาวบอย
  1. คาวบอยต้องไม่ยิงก่อน ไม่ชกต่อยคนที่ตัวเล็กกว่า ไม่เอาเปรียบผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม
  2. คาวบอยต้องไม่กลับคำพูด หรือทำลายความไว้วางใจที่ผู้อื่นมอบให้
  3. คาวบอยต้องรักษาสัตย์
  4. คาวบอยต้องอ่อนโยนต่อเด็ก คนแก่ และการุณต่อสัตว์ทั่วไป
  5. คาวบอยต้องไม่สนับสนุนหรือมีความคิดในการแบ่งแยกเผ่าพันธุ์หรือศาสนา
  6. คาวบอยต้องช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อนทุกข์ยาก
  7. คาวบอยต้องเป็นคนรับจ้างหรือคนงานที่ดี
  8. คาวบอยต้องมีความสะอาดทางความคิด คำพูด การกระทำ และนิสัยส่วนตัว
  9. คาวบอยต้องให้เกียรติ์ผู้หญิง เคารพพ่อแม่ และเคารพกฎหมาย
  10. คาวบอยต้องเป็นผู้รักชาติ
โดยนัยนี้ เว็บนี้ต้องการเผยแพร่หลักธรรมนำชีวิตที่ดีตามแนวพอเพียงแบบตะวันตก ซึ่งไม่ขัดแย้งกับคำสอนของศาสนาใดๆ รวมทั้งลักษณะของคุณธรรม น้ำมิตร ความวิริยะพากเพียร ในการต่อสู้ด้วยลำแข้งของตนเอง เพื่อดำรงชีวิตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เลวร้าย ซึ่งเราก็ไม่อาจทราบได้ว่า จากปัญหา global warming และการทำลายธรรมชาติอย่างหนักขณะนี้ ในอนาคต สภาพแวดล้อมทั่วโลกอาจหวนกลับไปเป็นแบบดินแดนกันดารในยุคตะวันตกก็ได้
เว็บนี้ไม่หวังผลทางการค้า เราหวังเพียงเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามในสังคม ในแนวทางผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยกับตะวันตก
 

ลงชื่อเข้าใช้ระบบ (Login)

สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิ์โพสต์ข้อความในกระดานสนทนา เขียนและวิจารณ์บทความ โปรดล็อกอิน ถ้าไม่ใช่สมาชิกลงทะเบียนเป็นสมาชิกได้เลยครับ เมื่อ Login ท่านจะได้รับ ReCAPTCHA Text Error. ให้ลงไปดูด้านล่าง จะมีหน้าต่างให้ป้อนตัวเลขหรือตัวหนังสือจากภาพ 2 ภาพ ให้ป้อนให้ครบทุกตัวตามรูป แล้วคลิกที่ "เข้าสู่ระบบ" เป็นระบบป้องกันการล๊อกเข้าระบบโดย robot ของพวก hacker ครับ

ขอบคุณที่แวะมาเยือน Cowboy Life & Songs ขอให้สนุกกับบรรยากาศตามแบบของคนมีใจคาวบอยใน western style ครับ

Who's Online

เรามี 96 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิก ออนไลน์
  • rainlieresauls

Cowboy Commics

ปืนเหนือปืน

คลิ๊กที่ภาพเพื่ออ่านได้เลยครับ

InventionOfAGunFighter-1-ss

นิยายภาพสร้างจากหนังทีวีซีรี่อเมริกันคาวบอยที่คนนิยมมากที่สุด "โบนันซ่า" ซึ่งฉายต่อเนื่องกันนานถึง 14 ปี จาก 12  ก.ย. 1959 - 16 ม.ค. 1973  นี่เป็นตอนหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่า ธาตุแท้ของลูกผู้ชายใจคาวบอยตัวจริง ควรเป็นอย่างไร

นี่คือเรื่องราวที่เป็นความฝันของคนรักคาวบอยจำนวนมาก ตัวละัครเอกคือคนในครอบ ครัวปศุสัตว์ "พอนเดอโรซ่า" ที่เป็นไร่ปศุสัตว์อันกว้างใหญ่ไพศาล มีทั้งทุ่งหญ้า ป่าไม้ ภูเขาและทะเลสาบ กินอาณาบริเวณประมาณ 1,000 ตารางไมล์ หรือประมาณ 2,900 ตารางกิโลเมตร (ประมาณเท่ากับจังหวัดเชีียงใหม่ทั้งจังหวัด) ซึ่ง เบ็น คาร์ตไรต์ คือผู้เข้ามาจับจองและบุกเบิกกับลูกชาย 3 คน อาชีพหลักของครอบครัวนี้คือ เลี้ยงวัวหลายหมื่นตัว และทำป่าไม้ในที่ดินของตนเอง พวกเขาคือคาวบอยตัวจริงในความฝันของคนที่ชอบหนังแนวคาวบอยจำนวนหลายล้านคนทั่วโลก  

 

การ์ตูนคาวบอย Have Gun Will Travel ตอน โจรจำเป็น

ดาวโหลด e-book เรื่อง โจรจำเป็น

******************

การ์ตูนคาวบอย Gene Autry
ตอน The Ghost Outlaws(โจรผี)

 

ดาวโหลด e-book เรื่อง โจรผี

******************

Gunsmoke ตอน ขนเหยี่ยว

ดาวน์โหลด e-book เรื่อง ขนเหยี่ยว

******************

Lawman ตอน The Deputy
(ผู้รักษากฎหมายตอนผู้ช่วยนายอำเภอ)

ดาวน์โหลด e-book เรื่อง Lawman ตอน The Deputy
(ผู้รักษากฎหมายตอนผู้ช่วยนายอำเภอ)

ดาวโหลดโปรแกรมอ่าน e-book ได้ที่นี่ http://comicrack.cyolito.com/